กระทรวงศึกษาธิการปรับหลักสูตรผลิตครู เน้นจบมามีคุณภาพ มีอัตรารองรับ

กระทรวงศึกษาธิการปรับหลักสูตรผลิตครู เน้นจบมามีคุณภาพ มีอัตรารองรับ

ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นางวัฒนาพร  ระงับทุกข์  รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการความคืบหน้าการดำเนินการด้านการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้กิจกรรม “สื่ออยากรู้ รัฐบาลอยากเล่า” ว่า กระทรวงศึกษาได้ดำเนินโครงการจัดหาครูดี ครูเก่ง ซึ่งเป็นการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นในระยะ 10 ปี ซึ่งเป็นการจัดหาครูเก่ง ครูดี เข้าสู่วิชาชีพครูตามกรอบอัตรากำลังที่ว่างลง เน้นผลิตครูตามจำนวนที่จำกัด เน้นคุณภาพของผู้เรียน เมื่อจบมาแล้วสามารถบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วยตามกรอบอัตราที่ว่างลงได้ทันที เพื่อลดอัตราไม่ให้คนเรียนครูมากเกินจำนวนที่ต้องการ และผลิตครูได้ตรงกับสาขาตำแหน่งที่มีอัตรารองรับ  โดยในปีงบประมาณ 2559 ทางกระทรวงศึกษาได้บรรจุครูที่จบการศึกษาแล้วประมาณสี่พันกว่าคน และในปีงบประมาณ 2560 ได้บรรจุไปแล้วสามพันกว่าคน

รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันข้าราชการครูทั้งหมดที่ได้รับการบรรจุนั้น ผ่านการคัดเลือกมาจาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. การสอบคัดเลือกซึ่งดำเนินการเปิดสอบและบรรจุโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. เปิดโอกาสให้พนักงานราชการสอบบรรจุเป็นข้าราชการครู โดยให้โควต้า 25 เปอร์เซ็นต์ของอัตราเกษียณในแต่ละปี และ 3.ได้จากโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ ซึ่งรัฐบาลให้ทุนเด็กเก่ง ดีมาเรียนรู้หลักสูตร 5 ปี และบรรจุเป็นข้าราชการครูหลังสำเร็จการศึกษา

นอกจากนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีการปรับหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ เพื่อพัฒนาครูให้เชื่อมโยงกับระบบวิชาชีพครู และหลักเกณฑ์วิทยะฐานะ มีการประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ องค์ประกอบของหลักสูตร โดยสถาบันคุรุพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้อนุมัติหลักสูตร และให้ครูเลือกหลักสูตรเข้าสู่การพัฒนา แทนจากเดิมเปิดหลักสูตรตามทั่วไปตามส่วนภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้มีหลักเกณฑ์ ครบถ้วน ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ สพฐ. ได้จัดสรรงบประมาณสำหรับอบรมพัฒนาครู จำนวน 10,000 บาทต่อคนต่อปี เพื่อให้ครูได้เลือกหลักสูตรที่จะพัฒนาตนเองได้ตามความต้องการ โดยครูที่มีความสนใจสามารถประสานขอรับงบประมาณสำหรับการอบรม ได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: ข่าวทำเนียบรัฐบาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*