กระบี่นำร่องพัฒนาครูมัธยมฯทั้งจังหวัด

“กระบี่นำร่องพัฒนาครูระดับมัธยมศึกษาพร้อมกันทั้งจังหวัด หวังเป็นโมเดลขยายผลพัฒนาครูสมบูรณ์แบบไปทั่วประเทศ ตอบโจทย์นำแอคทีพเลิร์นนิ่งมาใช้นำประเทศไทยสู่ยุค4.0”

วันนี้(19 มี.ค.) ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.) เปิดเผยว่า เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาสอดคล้องกับนโยบานรัฐบาลที่จะนำประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่จะให้ผู้เรียน เรียนรุ้แล้วมีความสามารถเข้าถึงนวัตกรรมที่สอดคล้องกับท้องถิ่นซึ่งแอคทีฟเลิร์นนิ่งหรือการเรียนรู้ผ่านกระบวนการหรือการลงมือปฏิบัติจะเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่ทุกคนเห็นพ้องกัน โดยใน วันที่ 22-23 มี.ค.นี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)กระบี่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) 13 ตรัง-กระบี่ มหาวิทยาลัยทักษิณ และ พว. ได้ร่วมกันพัฒนาครูมัธยมศึกษาในจังหวัดกระบี่ทั้งจังหวัดอย่างเต็มระบบจำนวนกว่า 850 คน โดยจะจัดให้ทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดกระบี่ทำหน้าที่เป็นฐานหลักในแต่ละสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ และหลังจากการอบรมจะมีการติดตามผลร่วมกันโดย พว.และม.ทักษิณ

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวต่อไปว่า การอบรมครั้งนี้เป็นการอบรมอย่างเข้มเพื่อให้ครูมัธยมศึกษาทั้งจังหวัดมีความเข้าใจการจัดการเรียนการสอนแนวใหม่รูปแบบแอคทีฟเลิร์นนิง หรือ การเรียนรู้จากการปฏิบัติพร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งจะต่างจากที่ผ่านมาที่การจัดอบรมจะจัดให้เฉพาะหัวหน้ากลุ่มสาระ หรือผู้แทนเพื่อให้กลับไปขยายผลให้แก่ครูในโรงเรียน ซึ่งการขยายผลอาจจะไม่ทั่วถึงและไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้นการนำร่องอบรมพร้อมกันทั้งจังหวัดกระบี่ครั้งนี้จึงเป็นโมเดลการขับเคลื่อนการอบรมครูที่จะขยายผลไปยังจังหวัดอื่นทั่วประเทศ ให้มีความรู้ในการจัดการเรียนการสอนแนวใหม่ เพื่อนำไปสู่การใช้กระบวนการพีแอลซีหรือชุมชนแห่งการเรียนรู้ครูมืออาชีพ ที่จะมีการแลกเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการปฏิบัติซึ่งกันและกัน ซึ่งเมื่อครูเข้าใจและปฏิบัติตามวิธีการนี้ได้ สุดท้ายผลก็จะเกิดกับเด็กอย่างแน่นอน

“หลักสูตรของประเทศไทยปรับมา 10 ปีแล้ว โดยนำมาตรฐานมาเป็นตัวชี้วัดหรือเป้าหมายการเรียนรู้ของนักเรียน เป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน คือ กำหนดให้เด็กต้องคิดอะไร ทำอะไร แก้ปัญหาอะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องลงมือปฏิบัติทั้งหมด แต่ในทางปฏิบัติเมื่อครูนำมาใช้ก็ยังสอนวิธีการแบบเดิมที่เป็นการเรียนรู้แบบพาสซีฟเลิร์นนิงหรือการเรียนรู้แบบตั้งรับ ที่เด็กนั่งฟังเหมือนเดิม ครูบรรยายหรือบอกเล่าเหมือนเดิม ซึ่งไม่ทำให้เกิดการเรียนเปลี่ยนแปลง เด็กก็ยังไม่สามารถเรียนรู้ในระดับหลักการได้ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของครู และจากการที่ผมได้ร่วมเป็นคณะอนุกรรมรับฟังความเห็นในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) และได้ลงไปรับฟังความเห็นในพื้นที่ก็พบว่า ครูเก่ง สอนมากขึ้น ค้นคว้าหาเนื้อหามาสอนเด็กมากขึ้น แต่เด็กกลับรู้น้อยกว่าเดิม เพราะครูไม่เข้าใจเป้าหมายของการเรียนรู้ดังกล่าว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการสร้างความเข้าใจ ซึ่งผมมั่นใจว่าถ้าครูเข้าใจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน เรื่องนี้เหมือนเส้นผมบังภูเขา ถ้าเอาเส้นผมนั้นออกไปได้เราจะเห็นผลของการเปลี่ยนแปลงแน่นอน
 

ที่มา :  dailynews

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*