ธารน้ำแข็งในทะเลทรายโกบีหดตัวปลายยุคน้ำแข็ง

Credit : Jigjidsurengiin Batbaatar/University of Washington

ในช่วงสุดท้ายของยุคน้ำแข็งนั้นธารน้ำแข็งมีการขยายตัวและส่วนที่เหลือของโลกเริ่มแห้งแล้ง แต่ในเอเชียกลางที่มีลักษณะเป็นแอ่งนั้นมีธารน้ำแข็งที่กลับตรงกันข้ามกับที่อื่นๆ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในสหรัฐอเมริกา ได้นำเสนอข้อมูลใหม่เมื่อเร็วๆนี้ว่าธารน้ำแข็งบนเทือกเขาสูงชันแห้งแล้งในทะเลทรายโกบีแห่งมองโกเลีย มีการหดตัวลงในช่วงปลายยุคน้ำแข็ง ว่ากันว่าทะเลทรายแห่งนี้มีความสุดขั้วเป็นดินแดนที่ปราศจากน้ำ ล้อมรอบด้วยเทือกเขาทอดยาวราว 1,610 กิโลเมตร กินพื้นที่บางส่วนของมองโกเลียและจีน ซึ่งมีอุณหภูมิตั้งแต่ติดลบ 38 องศาลงไปถึงลบ 40 องศาเซลเซียส

นักวิจัยได้เปรียบเทียบประวัติศาสตร์ของธารน้ำแข็งที่นี่เพื่อดูว่าธารน้ำแข็งมีพฤติกรรมอย่างไรในสภาพอากาศที่รุนแรง โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากแพเศษหินธารน้ำแข็ง (moraines) ซึ่งเป็นแหล่งแร่หินขนาดใหญ่บริเวณขอบธารน้ำแข็งตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 และปี 2553 ซึ่งคาดว่าจะค้นพบยอดเขาสูงสุดในปลายยุคน้ำแข็งเมื่อ 20,000 ปีที่แล้ว ด้วยการวัดความเปลี่ยนแปลงของหินที่เกิดจากรังสีคอสมิก ที่เป็นอนุภาคพลังงานสูงกำเนิดที่อาจมาจากดวงอาทิตย์ การระเบิดของซุปเปอร์โนวา หรือหลุมดำ ส่งกระทบมายังภายในบรรยากาศโลก

นักวิจัยเผยว่าแพเศษหินธารน้ำแข็งมีอายุน้อยมาก นั่นหมายความว่าธารน้ำแข็งเหล่านี้หดตัวเล็กลงในสภาพอากาศที่หนาวที่สุด จากการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งก็พบว่าธารน้ำแข็งแห่งนี้ถูกควบคุมด้วยหิมะหนาประมาณ 2-12 นิ้วต่อปีแทนที่จะเป็นอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว การวิจัยใหม่นี้จึงยืนยันว่าธารน้ำแข็งดังกล่าวเติบโตช้าและจะหดตัวเมื่อแสงแดดโดนพื้นผิวและน้ำแข็งระเหิดเป็นไอน้ำ ธารน้ำแข็งเหล่านี้จึงอ่อนไหวน้อยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ แต่มีความรู้สึกไวต่อปริมาณน้ำฝน.

 

ที่มา :  thairath

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*