มารู้จัก”ละครนอก”กันเถิดหนา

“เมื่อเร็วๆนี้ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน) หรือศมส. กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรวบรวมองค์ความรู้ชาติพันธุ์ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมของผู้คนในบ้านเมือง ได้จัดกิจกรรมการแสดงละครนอก เรื่อง คาวี ตอนสัณนุราชชุบตัว-คันธมาลี แต่งตัว เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทยขึ้น เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ศิลปะการแสดงทางวัฒนธรรมที่หาชมได้ยากแล้ว”

เมื่อเอ่ยถึงชื่อละครนอก เด็กรุ่นใหม่หลายๆคน อาจจะถึงกับออกอาการมึนๆ อึนๆ เพราะไม่เห็นภาพว่า คืออะไร และเป็นการแสดงแบบไหน ครั้งนี้จึงขอจะพาน้องๆคนรุ่นใหม่มารู้จักกับ ละครนอก กันว่าเป็นอย่างไร ละครนอก เป็นละครรำที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ที่เรียกละครนอก เพราะละครดังกล่าวเป็นการแสดงของชาวบ้าน เล่นนอกวัง เนื้อหาการแสดงนิยมเล่นแบบสนุกสนาน โปกฮา เช่น การะเกษ คาวี ไชยทัต พิกุลทอง พิมพ์สวรรค์  พิณสุริยวงศ์ มโนห์รา มณีพิชัย สังข์ทอง สังข์ศิลป์ชัย ไกรทอง แก้วหน้าม้า เป็นต้น รูปแบบการแสดงเน้นดำเนินเรื่องรวดเร็ว สนุกสนาน นักแสดงจะใช้ผู้ชายล้วนๆ ตัวละครจะมีครบตั้งแต่พระเอก นางเอก ตัวพ่อ ตัวแม่ พระรอง นางรอง เสนา นางกำนัล

จุดเด่นของละครนอก คือ การตอบโต้เจรจา ตัวละครพูดตลกโปกฮา ขบขัน แต่ถ้าอยู่ในบทโศกเศร้าแล้วละก็  ถึงขั้นพูดไปร้องไห้ไปให้เห็นจริงๆ แบบไม่ต้องใช้สแตนอินกันเลยทีเดียว  จังหวะของการร้องและบรรเลงดนตรีค่อนข้างเร็ว ไม่คำนึงถึงการดำเนินเรื่อง และไม่ถือขนบธรรมเนียมประเพณี  เช่น กษัตริย์หรือมเหสีจะเล่นตลกกับเสนาก็ได้ ส่วนการแต่งกายของละครนอก จะแต่งกายเลียนแบบเครื่องต้นของกษัตริย์ ตัวพระสวมชฎา ตัวนางสวมเครื่องประดับศีรษะตามฐานะ เช่น มงกุฎกษัตรี รัดเกล้ายอด รัดเกล้าเปลว และกระบังหน้าเสื้อผ้าปักดิ้นเลื่อมแพรวพราว เป็นต้น

นอกจากมีละครนอก แล้วหลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วละครในมีรึป่าว ขอบอกว่า ละครใน ก็มีแต่ละครทั้ง 2 แบบนี้แตกต่างกัน แต่ก็มาจากรากเดียวกัน โดยละครนอก คือ ละครชาวบ้าน เล่นกันนอกวัง ส่วนละครใน คือ ละครในราชสำนัก จะเล่นอยู่เพียงสามเรื่องเท่านั้น คือเรื่องอุณรุท รามเกียรติ์ และอิเหนา ซึ่งละครนอกจะนำทั้ง 3 เรื่องนี้มาเล่นไม่ได้ เพราะจะเล่นให้พระมหากษัตริย์หรือเจ้านายฝ่ายในราชสำนักทอดพระเนตร  บทกลอนของบทละครในจะไพเราะประณีต และในเวลาแสดงก็จะมีการร้องเป็นระยะเวลานานๆ ตามบทซึ่งแต่งไว้ยาว อย่างไรก็ตาม ละครนอกและละครใน เปรียบเหมือนเป็นการแสดงบันเทิงสำหรับคนยุคก่อน ที่นำขนบธรรมเนียม วิถีชีวิต วรรณกรรม มาสร้างเป็นเรื่องราวให้ผู้คนได้ชม เพราะในยุคนั้นยังไม่มีทีวี อินเทอร์เน็ต เหมือนยุคนี้ที่สื่อบันเทิงหาได้ง่ายมีหลายรูปแบบ

ปัจจุบัน ละครทั้ง 2 ประเภทนี้ หาชมได้ยากตามกาลเวลา ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แต่เมื่อเราได้รู้จักละครนอกและละครในกันคร่าวๆแล้ว ก็ลองไปหาชมกันบ้าง อาจจะโดนๆกันไปอีกแบบก็เป็นได้ อย่างน้อยก็ร่วมสืบสานความเป็นไทยอนุรักษ์ศิลปะการแสดงของชาติเอาไว้นะออเจ้าทั้งหลาย.
มนตรี ประทุม

 

ที่มา : dailynews

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*