วงเสวนาปัญหาหรือตัณหาในโรงเรียน

“วงเสวนาปัญหา-ตัณหาในโรงเรียน ชี้วัฒนธรรมในโรงเรียนเอื้อปัญหาคุกคามทางเพศ ปัญหาถูกซุกใต้พรม แนะ 3 แนวทางแก้ ห่วงสื่อสังคมออนไลน์ น่ากลัวสุด ตัดสินทันทีทั้งผู้กระทำและถูกกระทำ”

ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีเสวนาจุฬาฯ ครั้งที่ 10 เรื่อง “ปัญหาหรือตัณหา: ธรรมาภิบาลกับเรื่องเพศในโรงเรียนไทย” โดยผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล นักวิชาการด้านการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า โรงเรียนเป็นสังคมจำลองของภาคสังคมที่ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจนิยมระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก ความสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง เช่น เด็กถูกกระทำจากผู้บริหาร เด็กถูกกระทำจากครู เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่เป็นข้าราชการมาสอบกันเอง โดยที่ผู้เสียหายไม่ได้มีส่วนรวม จึงทำให้เรื่องถูกเก็บเงียบ ไม่มีสัญญาณเชิงบวกที่จะแก้ปัญหาหรือทำให้ข้อเท็จจริงปรากฎขึ้นได้ นอกจากนี้วัฒนธรรมภายในโรงเรียนยังเอื้อให้เกิดปัญหาคุกคามทางเพศ แค่การหยอกล้อก็กลายเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับกันได้ กระทั่งถูกเนื้อต้องตัว  นัดพบระหว่างครูกับเด็ก เด็กกับเด็ก จนถึงมีพื้นที่ออนไลน์ หรือพื้นที่ส่วนตัว เป็นปัญหาซุกใต้พรมที่ยังอยู่ หากเด็กพบสถานการณ์เหล่านี้จะหันไปพึ่งใคร โรงเรียนช่วยเด็กได้แค่ไหน มาตรการสอบสวนก็ไม่มีพื้นที่ให้เด็กได้ส่งเสียง ช่วง5 ปีมีสถิติเด็กถูกกระทำทางเพศและเกิดการฟ้องร้องเพียง 53 รายเท่านั้น ส่วนที่เงียบยังมีอีกเท่าไหร่ ไม่เฉพาะเด็กผู้หญิงแต่ผู้ชายที่ถูกกระทำก็มีไม่น้อย ที่น่าห่วงเมื่อเด็กเหล่านี้ถูกกระทำจะกลายเป็นลูกโซ่ที่ส่งต่อไปกระทำบุคคลอื่นหรือคนใกล้ตัว  จึงเป็นโจทย์สำคัญถึงกระบวนการจัดการในโรงเรียนที่ต้องจัดการปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการดำเนินการตามกฎหมายที่ต้องให้ความเป็นธรรมและปกป้องผู้ถูกกระทำ แต่รวมถึงการสร้างค่านิยมในการเคารพสิทธิระหว่างชายหญิง

ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวณิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า คดีทางเพศเป็นคดีที่ยากมากในการดำเนินคดี เพราะผู้ถูกกระทำมีความกลัว มีความอาย ที่จะถูกสังคมมองว่าแปดเปื้อน หรือการหาพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดก็ทำได้ยาก เพราะเป็นเรื่องที่เกิดในที่ลับ และเกิดขึ้นในร่างกายเนื้อตัว การดำเนินคดีอาญาเป็นเรื่องที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชน ดังนั้นจึงต้องมีกระบวนการพิสูจน์ความยุติธรรมที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ตอนนี้สื่อสังคมออนไลน์ ถือเป็นศาลน่ากลัวที่สุด เพราะตัดสินทันที ทั้งผู้ถูกกล่าวหาและผู้ถูกกระทำ

ด้านนางจิตติมา ภานุเตชะ จากมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพหญิง กล่าวว่า ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ เป็นเรื่องใหญ่ในสังคมไทย บางเรื่องเกิดจากความสัมพันธ์เชิงอำนาจ  การแก้ปัญหาเรื่องเพศจะต้องทำ 3 ระบบคือ 1 จัดทำหลักสูตรไม่เฉพาะการสอนเรื่องเพศศึกษา แต่ต้องสอนให้มีความฉลาดรู้เรื่องเพศ 2. จัดสภาพแวดล้อมที่มีช่องทางที่จะรับฟังปัญหาเด็ก เช่นครูที่สามารถเป็นที่พึ่งได้ และ3.ดึงผู้ปกครองชุมชนเป็นเครื่อข่ายในการดูแลปกป้องเรื่องเหล่านี้ด้วย

 

ที่มา :  dailynews

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*