วิวัฒนาการของนกจากฟอสซิลอายุ 127 ล้านปี

นักบรรพชีวินวิทยามีความสงสัยและพยายามศึกษาตลอดมาว่านกเข้ามาสู่ยุคไดโนเสาร์ได้อย่างไร แต่ข้อสงสัยนี้อาจจะถูกคลี่คลายในไม่ช้านี้ หลังจากนักวิจัยจากศูนย์สหวิทยาการด้านสิ่งมีชีวิตยุคโบราณแห่งมหาวิทยาลัยแมน-เชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ,วิทยาลัยธรณีและวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และมูลนิธิการวิจัยพัฒนาอราโกนีสในสเปน ได้ศึกษาซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิล (fossil) ของลูกนกยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ชื่อเอนแอนธิออนิธส์ (Enantiornithes) อายุ 127 ล้านปี

82fa1ad57daaa1e1aaec7cfdf2b13d10.jpg

ลูกนกเอนแอนธิออนิธส์ อาศัยอยู่ในมหายุคมีโซโซอิก (Mesozoic) เมื่อ 250-65 ล้านปีก่อน นับเป็นสัตว์ปีกโบราณของมหายุคมีโซโซอิกที่มีขนาดเล็กที่สุดที่เคยรู้จักมา ขนาดตัวไม่ถึง 5 เซนติเมตร เล็กกว่านิ้วมือมนุษย์ สันนิษฐานว่าเมื่อตอนมีชีวิตน้ำหนักอาจเบาเพียง 85 กรัม ทั้งนี้ ซากดังกล่าวมีขนาดเล็กจึงต้องใช้รังสีซินโครตรอนจำลองตัวอย่างเป็นขนาดไมโครเมตรเพื่อสังเกตโครงสร้างของกระดูก นักวิจัยพบว่ากระดูกสันอก โดยส่วนใหญ่ยังเป็นกระดูกอ่อนและยังไม่พัฒนาเป็นกระดูกแข็ง เมื่อมันตายไปนั่นหมายความว่านกตัวนี้ไม่สามารถบินได้ แต่ทีมวิจัยเผยว่าการที่กระดูกนกไม่พัฒนาขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าลูกนกจะต้องพึ่งพาการดูแลจากพ่อแม่ของมันเสมอไป

cd0d9844390ad79356bcdf591684c8b5.jpg

อย่างไรก็ตาม นักบรรพชีวินวิทยาชี้ว่าฟอสซิลลูกนกเอนแอนธิออนิธส์ มีความสำคัญต่างจากฟอสซิลชนิดอื่น เพราะมันมีชีวิตเพียงช่วงสั้นๆ ซึ่งดีต่อการวิเคราะห์โครงสร้างการพัฒนาของกระดูก รวมถึงการบินและการเอาตัวรอดของนก โดยเชื่อว่ากลยุทธ์การพัฒนาของกลุ่มสัตว์ปีกโบราณชนิดนี้อาจมีความหลากหลายมากกว่าที่เคยคิดไว้.

 

ที่มา :  thairath

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*