ศธ.จับมือ เอกชน ปลุกพลังเด็กไทยรักการอ่าน

““หมอธี” พร้อม บริษัทอมรินทร์ฯ และ ไทยเบฟ เปิดตัวโครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข ปลุกพลังเด็กไทยรักการอ่าน หลังพบยังมีเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ประมาณ 1.8 ล้านคน ไม่มีโอกาสเข้าถึงหนังสือ”

วันนี้ (5 เม.ย.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  บริษัทอมรินทร์พรินท์ติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ ศธ. ปลุกพลังรักการอ่าน เปิดตัวโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข สร้างรากฐานการอ่าน”  โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ไม่มีคนเก่งคนไหนที่ไม่อ่านหนังสือเยอะ ไม่มีการเก่งโดยธรรมชาติ และการอ่านมากไม่ได้แปลว่าเราจะเสียเวลาในการใช้ชีวิตด้านอื่นๆ แต่การอ่านหนังสือจำนวนมากไม่ได้การันตีว่าจะฉลาด เพราะความเก่งและฉลาดจะต้องขึ้นอยู่กับว่าเราอ่านหนังสืออะไรด้วย การรณรงค์เรื่องการอ่านทั้งหลายอย่าไปคิดว่าต้องทำให้คนอยากอ่าน เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องทำให้เกิดความสนใจที่จะอ่าน เช่น การอ่านหนังสือทำอาหาร ถ้าไม่มีการลงมือทำก็ไม่อยากอ่าน เป็นต้น และโครงการที่ตนต้องการจะขับเคลื่อนเกี่ยวกับการอ่าน คือ ตนต้องการที่จะยกระดับห้องสมุดหรือโครงการเกี่ยวกับการอ่านทำให้ดีขึ้น โดยจะส่งเสริมให้เด็กอ่านหนังสือด้วยวิธีอ่านแบบสะสมแต้ม เพื่อแลกรางวัล และครูจะทำไน้าที่รับรองการอ่านของเด็กว่าอ่านได้จำนวนเท่าไร และได้กี่แต้ม ซึ่งอาจจะมีการขยายผลไปถึงครูและผู้บริหารด้วย เพราะตนเชื่อว่าหากสามารถทำระบบนี้ได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี และยังจะได้ใช้งบประมาณเหลือจ่ายของปี 2561 จัดซื้อหนังสือให้กับนักเรียนได้อ่านด้วย

“ผมในฐานะของจิตแพทย์เด็กขอยืนยันว่า การดำเนินการลักษณะนี้ไม่ใช่การติดสินบน เพราะการติดสินบนคือการให้รางวัลเพื่อให้ทำอะไรบ้างอย่าง แต่เป็นการนี่เป็นการที่เด็กได้ปฏิบัติแล้ว และมีครูรับรองจึงจะได้รับรางวัล ซึ่งผมจะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแน่นอน”รมว.ศธ.กล่าว

ด้านนางระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้วแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากผลสำรวจการอ่านของประชากรปี 2558 พบว่า ยังมีเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ประมาณ 1.8 ล้านคน ไม่มีโอกาสเข้าถึงหนังสือ ดังนั้นโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข จึงมีเป้าหมายให้เกิดการอ่านวันละ 15 นาที เพราะจะทำให้กระตุ้นให้สมองพัฒนา และทำให้เด็กได้รับรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และปลูกฝังการอ่านได้สำเร็จ อีกทั้งเรายังให้ความสำคัญกับการคัดหนังสือที่เหมาะสมให้โรงเรียน เพื่อให้เด็กสนุกอ่าน สนุกเรียนรู้ และกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน รวมถึงติดตามผลของโครงการอย่างต่อเนื่องด้วย และยังตั้งเป้าขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทย ทั้ง 77 จังหวัด ในระยะเวลา 3 ปี

 

ที่มา :  dailynews

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*