เกี่ยวกับเลือด เม็ดเลือด กรุ๊ปเลือดของมนุษย์

เลือดเป็นของเหลวที่มีความสำคัญต่อร่างกายและยังสามารถตรวจสอบหาโรคต่างๆได้จากเลือดอีกด้วย  เลือดมีหน้าที่หลักในการลำเลียงออกซิเจนในระบบไหลเวียนโลหิตของร่างกายคนเรา  ที่จะไหลไปตามแรงสูงฉีดของหัวใจไปยังส่วนต่างๆ  ของร่างกายเป็นส่วนประกอบมีอัตรา 1 / 14 ในร่างกายเรา  เลือดเป็นของเหลวที่เป็นสีแดงแต่มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 80%   ในส่วนของที่เป็นเลือดจะมีเม็ดเลือด  พลาสมาเป็นต้น  ซึ่งเม็ดเลือดจะถูกแบ่งเป็น เม็ดเลือดแดงและมีเม็ดเลือดขาว
จากข้อมูลพบว่า  ผู้ชายจะมีเลือดมากกว่าผู้หญิง  ซึ่งก็คือผู้ชายจะมีเลือดต่อน้ำหนัก 1 กิโลจะมีเลือด  79 มิลิลิตร  ในขณะที่ผู้หญิงเรานั้นจะมี 65 มิลิลิตร  สรุปโดยรวมแล้วผู้ชายจะมีเลือด 5.5 ลิตร  ผู้หญิงจะมี 3.25 ลิตร

                 เลือดเป็นของเหลวที่มีความสำคัญต่อร่างกายและยังสามารถตรวจสอบหาโรคต่างๆได้จากเลือดอีกด้วย  เลือดมีหน้าที่หลักในการลำเลียงออกซิเจนในระบบไหลเวียนโลหิตของร่างกายคนเรา  ที่จะไหลไปตามแรงสูงฉีดของหัวใจไปยังส่วนต่างๆ  ของร่างกายเป็นส่วนประกอบมีอัตรา 1 / 14 ในร่างกายเรา  เลือดเป็นของเหลวที่เป็นสีแดงแต่มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 80%   ในส่วนของที่เป็นเลือดจะมีเม็ดเลือด  พลาสมาเป็นต้น  ซึ่งเม็ดเลือดจะถูกแบ่งเป็น เม็ดเลือดแดงและมีเม็ดเลือดขาว จากข้อมูลพบว่า  ผู้ชายจะมีเลือดมากกว่าผู้หญิง  ซึ่งก็คือผู้ชายจะมีเลือดต่อน้ำหนัก 1 กิโลจะมีเลือด  79 มิลิลิตร  ในขณะที่ผู้หญิงเรานั้นจะมี 65 มิลิลิตร  สรุปโดยรวมแล้วผู้ชายจะมีเลือด 5.5 ลิตร  ผู้หญิงจะมี 3.25 ลิตร

เม็ดเลือดแดง
                  เม็ดเลือดแดงจะเป็นสีแดงสดมีสารที่เรียกว่า  “ฮีโมโกลบิน”  เป็นส่วนประกอบที่สำคัญภายในเม็ดเลือดและเป็นส่วนที่สำคัญในร่างกายของเราคือ  ฮีโมโกลบินนั้นจะมีทั้งหมด 270 ล้านโมเลกุล  ใน 1 เม็ดเลือดจะมีโมเลกุลของฮีโมโกลบิน 4 ตัว  ตัวหนึ่งจะมีการจับออกซิเจนได้ ต่อ 1 โมเลกุล เรียกว่าฮีมหรือเส้น 4 ฮีม  จะนำออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆของร่างกายให้เซลล์ต่างๆไปทำหน้าที่ต่อไป  เม็ดเลือดแดงหากมีออซิเจนเกาะอยู่จะมีสีแดงเข้ม  สัตว์ที่ไม่มีกระดูดสันหลังอาจจะไม่มีเม็ดเลือดแต่จะละลายอยู่ในเลือดเป็นสีแดง  ในขณะที่สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมจะเป็นเม็ดโดยส่วนมาก
การเราจะมีเม็ดเลือดแดง  มากหรือว่าน้อยต่างกันแพทย์มักจะมีการเจาะเอาเลือดที่นิ้วมือ  นำมาใส่ที่หลอด  แล้วจะนำไปใส่ในเครื่องปั่น 55 รอบต่อวินาที  สักระยะหนึ่งจะเห็นเป็นส่วนประกอบของเม็กเลือดที่แยกออกจากัน  จะพบมีเม็ดเลือดแดงง  พลาสมา  เม็ดเลือดขาว  และเกล็ดเลือดออกจากกัน  ส่วนที่เป็นสีแดงคือเม็ดเลือดแดง  ส่วนที่เป็นทาบขาวคือเม็ดเลือดขาว
                 เม็ดเลือดแดงนั้นจะถูกสร้างด้วยไขกระดูกต่าง  อย่างเช่นกระดูดหน้าอก  กระดูกซี่โครง  และกระดูดส่วนอื่นๆ  ร่างกายของคนเราจะมีจำนวนเม็ดเลือดแดงที่ไม่เท่ากัน  โดยเพศชายจะมีมากกว่าเพสหญิง  และคนที่อาศัยในที่สูงมักจะมีมากกว่าคนที่ราบระดับน้ำทะเล  เพราะต้องการนำออซิเจนไปใช้งานมากขึ้น  เม็ดเลือดแดงโดยส่วนมากจะมีอายุ 125 วัน  และจะถูกทำลายโดยม้าม  ม้ามเองก็จะมีหน้าที่กรองคัดแยกว่ามีเม็ดเลือดไหนที่เสื่อมก็จะทำลายแต่ถ้ายังก็จะกลับมาใช้ใหม่  เมื่อถูกลำลายไขกระดูดก็จะสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทน  ในแต่ละวันนั้นมีการทำลายเม็ดเลือดแดงกว่า 2.3 ล้านเม็ดเลยทีเดียว
                   สัตว์ที่มีกระดูดสันหลังเม็ดเลือดแดงจะเป็นรูปไข่  ตรงกลางป่องเพราะมีนิวเคลียสอยู่ตรงกลาง  สัตว์ที่เลี้ยงลุกด้วยนมจะเป็นวงกลม  ตรงกลางเว้าเข้าไปเพราะไม่มีนิวเคลียส  ขนาดของเม็ดเลือดแดงอยู่ที่ 2.5 – 75 ไมโครเมตร  วัดจากเส้นผ่านศูนย์กลาง  ขึ้นอยู่สัตว์ชนิดนั้นๆ
ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง  มักมีสาเหตุทางพันธุกรรม  และสามารถถ่ายทอดไปยังลุก  หลานได้
           1. ธาลัสซีเมีย  เป็นความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง  เนื่องจากเม็ดเลือดแดงมีโมเลกุลทั้งมด 4 ตัว  แบ่งเป็น  อัลฟ่า-โกลบิน 2 ตัว  และ  บีต้า-โกลบิน  2 ตัว  ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายแบย่งได้เป็นสอบแบบคือ
                       – อัลฟ่าธาลัสซิเมีย เกอดจากเม้ดเลือดแดงสร้าง  ลดหรือว่าขาด  อัลฟ่า-โกลบิน  ไป  มัดเกิดในเด็กและทำให้เติบโตช้า  ไม่แข็งแรง  มีอาการทางสมอง  หรือเป็นตั้งแต่ตั้งครรภ์
                        -บีต้าธาลัสซีเมีย  เกิดจาก  การสร้างบีต้า-โกลบิล  ลดหรือว่าขาด  ทำให้ร่างกายซีด ผอม
           2.เม็ดเลือดแดงรูปเคียว  ปกติเหมือนเป็นรูปไข่  แต่มีความผิดปกติทำให้เม็ดเลือดมีรูปร่างเปลี่ยนไปเกิดจากกรดอะมิโนของโปรตีนในเม็ดเลือดไม่ปกติ  เป็นสาเหตุทำให้เกิดหลอดเลือดอุดตันได้  มักพบกับชาวแอฟริกัน

เม็ดเลือดขาว
              เม็ดเลือดขาวมีหน้าที่สำคัญต่อร่างกายคือ  ทำหน้าที่ในการกำจัดสิ่งแลปกปลอมและทำลายเชื้อโรค  นอกจากนั้นยังทำหน้าที่สร้างภูมิต้านทานของร่างกาย  เป็นส่วนหนึ่งของต่อมน้ำเลืองที่ผลิตขึ้นมา  จำนวนเม็ดเลือดขาวมีมากน้อยไม่เท่ากันและผู้ชายก็จะมีมากกว่าผู้หญิง  และมีน้อยกว่าเม็ดเลือดแดง 1 ต่อ 650  ในบางเวลาเม็ดเลือดขาวจะมีมากกว่าปกติในช่วงที่เราไม่สบายหรือมีอาการอักเสบในร่างกาย  และจะมีจำนวนเท่าเดิมเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติ  แต่ถ้าในภาวะปกติมีมากไปจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดปกติไป  ทำให้เกิดมะเร็งในเม็ด  ที่เรียกว่า “ลิวคีเมีย”
              ปกติแล้วเม็ดเลือดขาวนั้นมีอยู่ 4 ชนิดมีขนาดที่แตกต่างกันจะมีขนาดใหญ่คงตัวอยู่ 3 ชนิด  อีกชนิดไม่มีขนาดที่แน่นอนเม็ดเลือดขาวจะมีขนาดใหญ่กว่าเม็ดเลือดแดง  เพราะว่าภายในเซลล์จะมีตะกอนอยู่ภายในด้วย

เกล็ดเลือด
                เกล็ดเลือดเป็นเซลล์ที่มาจากไขกระดูก  แต่เนื่องจากมีลักษณะที่ไม่เหมือนเซลล์  ถึงไม่ถือว่าเป็นเซลล์จึงเรียกว่าเกล็ดเลือดมีขนาดและรูปร่างที่ไม่แน่นอน  เกล็ดเลือดมีอายุเพียง 8 – 10 วันเท่านั้น  จากนั้นไขกระดูกก็จะสร้างมาแทนที่  เกล็ดเลือดมีจำนวนมากกว่าเม็ดเลือดขาวแต่น้อยกว่าเม็ดเลือดแดง
ความสำคัญต่อเกล็ดเลือดนั้นคือ หากร่างกายได้รับบาดเจ็บจนเลือดไหล  เกล็ดเลือดจะทำหน้าที่ในการทำให้เลือดแข็งตัวและช่วยอุดเลือดไม่ให้ไหล  ซึ่งการทำงานนี้จะเป็นการทำงานกับสารเคมีทำให้เลือดนั้นแข็งตัวและหยุดไหลได้เร็วขึ้นเมือได้รับบาดเจ็บ

กรุ๊ปเลือดหรือหมู่โลหิต
nolvadex no rx, generic dapoxetine.                 กลุ่มของเลือดที่เราได้แบ่งออกเป็นกรุ๊ปมี 4 กลุ่มคือ เอ บี โอ เอบี  จากที่มาของกลุ่มเหล่านี้คือ  กลุ่มเลือดชนิดเดียวกับหรือว่ากรุ๊ปเลือดเดียวกันจะรวมผสมกันแล้วไม่ตกตะกอนหากต่างกรุ๊ปที่ต่อต้านกันจะมีการตกตะกอน  และมีการพบว่าจากเหตุดังกล่าวมีองค์ประกอบของพลาสมาที่ต่างกัน  ในแต่ละหมู่จะมีสารที่ต้านกันหรือบางหมู่จะไม่มีก็ได้ดังนี้

กรุ๊ป                         สารในเลือด            สารต้านในพลาสมา
เอ                            เอ                                            บี
บี                             บี                                             เอ
โอ                            ไม่                            ทั้ง เอ  และ บี
เอบี                          เอและบี                                 ไม่มี

               จากข้อมูลดังกล่าวพบว่า  สารที่มีการต้านกันจะได้รับเลือดจากหมู่นั้นไม่ได้  ดั้งนั้นโอจึงไม่สามารถรับกรุ๊ปใดๆได้เลย  ในขณะที่  เอบี  นั้นไม่มีสารต้านจึงสามารถรับได้หมดแต่ให้ใครไม่ได้นอกจากตัวของมันเอง
                นอกจากนั้นเรายังมีกลุ่มที่แยกออกมาอีกเรียกว่า Rh  หรือ Rh facter  ซึ่งเป็นสารชนิดหนึ่ง  และสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้   มีแบบ Rh +  เรียกว่า Positive  และ Rh- Negative  ซึ่งการให้เลือดนั้นจำเป็นที่จะต้องทราบสารนี้ว่าเป็น + หรือ –   เพราะถ้าไม่ตรงกันอาจจะทำให้เกิดการต้านกันหรือมีปฏิกิริยาต่อกันได้

 

ที่มา :  krabork

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

zoloft buy online, purchase zithromax