เมล็ดงาและน้ำมันงา

มีหลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่า  มีการปลูกงามาตั้งแต่ยุตหรัปปันซึ่งเป็นหนึ่งอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในแถบลุ่มแม่น้ำสินุเมื่อราวสองพันปีก่อนคริสตกาล

ชาวฮินดูเชื่อว่าเมล็ดงาเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอมตะ  และมหาศรีเทวีซึ่งเป็นชายาของพระวิษณุเป็นตัวแทนของคุณสมบัติของเมล็ดงา  ด้วยเหตุผลนี้จึงถือกันว่าน้ำมันงาเป็นน้ำมันที่เป็นมงคลที่สุดรองจาก “ฆี” (ghee) หรือเนยไส  และถูกใช้ในพิธีกรรมและการสวดต่างๆ

คัมภีร์อายุเวทกล่าวถึงเมล็ดงาว่า  มีรสขม  ฝาด  หวาน  เผ็ดร้อน  ย่อยยาก  ชุมชื้น  มีคุณสมบัติร้อน  บำรุงกำลัง  บำรุงผม  บำรุงน้ำนม  ดีต่อผิวหนัง  ทำให้ฟันแข็งแรง  และในบรรดาเมล็ดงา 5 ชนิด  ซึ่งได้แก่  งาดำ  งาขาว  งาแดง  งาป่า  และงาเมล็ดเล็ก  งาดำจัดว่าเป็นเลิศที่สุด  โดยนอกจากสรรพคุณที่กล่าวมาแล้ว  งาดำ งาขาว  งาแดง  ง่าป่า และ งาเมล็ดเล็ก  งาดำจัดว่าเป็นเลิศที่สุด  โดยนอกจากสรรพคุณที่กล่าวแล้ว  งาดำยังมีสรรพคุณบำรุงอสุจิอีกด้วย

อาจเป็นด้วยประโยชน์และสรรพคุณมากหลายของเมล็ดงา  ทำให้มีการใช้งาเป็นส่วนผสมในอาหารและทำเป็นขนมหลากหลายชนิดในวัฒนธรรมต่างๆ  เกือบทั่วโลก  เช่น  ตะวันออกกลาง  ตะวันออกไกล  เอเชียตะวันออก  จีน  ญี่ปุ่น  รวมทั่งในอินเดียซึ่งนอกจากเป็นส่วนผสมในอาหารและทำเป็นขนมชนิดต่างๆ  แล้ว  ยังใช้ในพิธีกรรมสักการะบุชามาแต่โบราณอีกด้วย

สตรีแห่งบาบิลอนในยุคโบราณรับประทานหัลวา (halva) ซึ่งทำมาจากน้ำผึ้งและเมล็ดงาเพื่อให้อ่อนเยาว์และเพื่อความสวยงาม  ในขณะที่ทหารโรมันบริโภคเพื่อบำรุงและเสริมสร้างพลัง

คัมภีร์การแพทย์ของชาวทมิฬกล่าวถึงน้ำมันงาว่าเป็น  “น้ำมันที่เป็นเลิศ”  โดยมีโศลกซึ่งมีความหมายว่า “ใช้เพื่อบำรุงสำหรับผู้ที่ผ่ายผอม  และใช้ทาเพื่อลดความอ้วนสำหรับผู้ที่น้ำหนักเกิน”

คัมภีร์อายุรเวทแนะนำว่าการอมน้ำมันงา  จะช่วยให้ฟัน  เหงือก  และขากรรไกรแข็งแรงบำรุงเสียงและขจัดรอยเหี่ยวย่นบนแก้ม  โดยอมน้ำมันงาอุ่นๆ  ไว้ในปากสักครู่  และกลั้วไปมาแรงๆ  ก่อนจะบ้วนทิ้ง

 

ขอขอบคุณ   ที่มา : นิตยสาร Yoga Journal clomid for women, lioresal without prescription.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*