แฉ’ขรก.สาวซี8’ใช้สารพัดเล่ห์แสบ โกงเงินกองทุนเสมาฯ

“แฉ “รจนา” ขรก.สาวซี 8 ใช้สารพัดเล่ห์แสบโกงเงินกองทุนเสมาฯกว่า 10 ปี เขมือบกว่า 100 ล. ซิกแซ็กทำเรื่องขออนุมัติงบในโครงการเดียวกันซ้ำ 2 รอบ แถมยักยอกเงินก้อนใหม่หมุนไปจ่ายของเก่า แล้วปั้นแต่งตัวเลข”

จากกรณีการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเดินหน้าตรวจสอบเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของ นางรจนา สินที อายุ 59 ปี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 (ซี 8) สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ต้องหาคดีโกงเงินกองทุนดังกล่าว หลังตรวจพบว่ามีการทุจริตมาต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตระหว่างปี ‪2551-2561‬ จำนวนกว่า 88 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดพบว่ามีเงินหายเพิ่มอีกกว่า 30 ล้านบาท ในปี 2550,2551 และ 2553 ว่า ขณะนี้การตรวจสอบข้อเท็จจริงมีความคืบหน้าไปกว่า 60% แล้ว โดยจากการประชุมคณะกรรมการสืบสวนฯ ครั้งล่าสุด ได้นำเอกสารการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ปี 2551 มาตรวจสอบอย่างละเอียด กระทั่งพบข้อมูลการทุจริต โดยมีการใช้วิธีการขออนุมัติ 2 ครั้ง คือ ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ปี 2551 อนุมัติวงเงินสำหรับให้ทุนการศึกษา และเงินค่าจ้างครูกับกลุ่มโรงเรียนราชประชานุเคราะห์และศึกษาสงเคราะห์ กว่า 7.5 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในปีดังกล่าวมีการอนุมัติให้สำนักส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จัดพิมพ์หนังสือ สำหรับเด็กยากไร้ งบประมาณกว่า 4 แสนบาท แต่ปรากฏว่าเดือนมี.ค. 2551 มีการเสนอขออนุมัติเบิกจ่ายเงินผ่านผู้มีอำนาจระดับรองปลัด ศธ.โดยตรง ไม่ผ่านกองคลัง ของสำนักอำนวยการสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.) และมีการขออนุมัติเบิกจ่ายซ้ำอีกครั้งในเดือนก.ค. 2551 หากจะให้ถูกต้องควรขออนุมัติเฉพาะค่าจัดพิมพ์หนังสือของกศน.กว่า 4 แสนบาทเท่านั้น แต่กลับมีการขออนุมัติเงินถึง 8.1 ล้านบาท เพื่อให้ทุนการศึกษา และเงินค่าจ้างครูกับกลุ่มโรงเรียนราชประชานุเคราะห์และศึกษาสงเคราะห์ในกลุ่มเดิมด้วย โดยการอนุมัติในรอบที่ 2 ได้เสนอผ่านกองคลัง ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ซึ่งสาเหตุที่กองคลังอนุมัติวงเงินในรอบที่ 2 ให้ เพราะในรอบแรก มีการเสนอผ่านผู้มีอำนาจโดยตรง ทำให้เงิน 7.5 ล้านบาทในรอบแรกไม่ถูกตัดยอด เนื่องจากนางรจนา สินที เป็นผู้ถือบัญชีไว้ ขณะที่กองคลังก็ไม่ทราบว่ามีการอนุมัติเงินไปและไม่ได้มีการตัดยอด อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามโรงเรียนที่ได้รับโอนเงินบางแห่ง พบว่าได้รับเงินครบตามจำนวน แต่อาจได้รับล่าช้า ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่า มีการซิกแซ็กยักยอกเงินของใหม่นำไปให้ของเก่าด้วย

“หลังตรวจสอบเอกสารรายงานการประชุมในหลายๆ ปีที่ผ่านมา พบว่าค่อนข้างสับสน เข้าใจว่าผู้ดำเนินการได้ใช้เล่ห์กลเขียนรายงานการประชุม โดยตัวเลขที่คณะกรรมการกองทุนฯ อนุมัติวงเงินกับตัวเลขในรายงานการประชุมไม่ตรงกัน ซึ่งทุกครั้งนางรจนาจะเป็นคนจัดทำรายงานการประชุมเพียงคนเดียว ยอมรับว่ามีช่องโหว่ เพราะเราให้เขาทำคนเดียว ศธ.คิดเพียงว่าอยากให้การดำเนินงานมีความรวดเร็ว แต่สุดท้ายกลายเป็นดาบสองคม เพราะขาดการถ่วงดุล และเกิดช่องว่างให้เกิดการทุจริตได้ ผมเชื่อว่าน่าจะมีการทุจริตกันหลายคน เพราะตรวจสอบพบว่ามีบัญชีที่ได้รับโอนเงินถึง 22 บัญชี ขณะที่ผู้บริหารระดับปลัดศธ. ส่วนใหญ่จะมอบอำนาจให้รองปลัดศธ. และผอ.สำนักอำนวยการ สป. อนุมัติเบิกจ่ายและโอนเงิน หากจะไปสรุปว่าอดีตปลัดทั้ง 10 คน มีความผิดด้วยก็คงไม่ใช่ เพราะต้องดูบริบทแวดล้อมในแต่ละปีประกอบด้วย” นายอรรถพล กล่าว

ผู้ตรวจราชการ ศธ. กล่าวด้วยว่า สำหรับเอกสารปี 2550 นั้น ขณะนี้ยังไม่มี แต่มีข้อมูลตัวเลข ซึ่งได้จากรายงานการประชุมปี 2552 พบว่ามีการจ่ายเงินปี 2551 ไปกว่า 7.5 ล้านบาท หากได้รายงานการประชุมปี 2550 มาก็อาจพบข้อมูลในปีก่อนหน้านั้นเพิ่มอีก ตอนนี้ยอมรับว่าจับไปตรงไหนก็เจอแต่การทุจริต ทำให้จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ อาจต้องขยายเวลาออกไป เพราะต้องตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน อีกทั้งต้องรอเอกสารที่ ป.ป.ท.ตรวจพบที่บ้านพักของนางรจนา โดยได้ทำหนังสือไปยังป.ป.ท.เพื่อคัดสำเนาบางส่วนมาเป็นข้อมูลแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้รายงานความคืบหน้าการสืบสวนฯ ให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. เพื่อรายงานไปยัง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.แล้ว รวมถึง เสนอให้ปลัดศธ. แจ้งข้อมูลที่พบใหม่ไปยัง ป.ป.ท. และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงพนักงานสอบสวน ที่ศธ. ได้แจ้งความไว้ เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมด้วย.
ที่มา :  dailynews

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*