แนะบอร์ดอิสระปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่เด็กเล็ก…

สมเด็จพระวันรัต ร่วมหารือ บอร์ดอิสระ หัวข้อพระพุทธศาสนากับการศึกษาไทย แนะ โรงเรียนควรปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมตั้งแต่เด็กเล็ก

วันนี้ (30 ม.ค.) ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กอปศ.ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงพระพุทธศาสนากับการศึกษาไทย โดยมีสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศมาร่วมให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งสมเด็จพระวันรัตมองว่าโรงเรียนจะต้องสร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้เกิดขึ้น แต่ทุกวันนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ดังนั้นเราจะต้องเร่งรณรงค์ให้โรงเรียนตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวให้ได้ ซึ่งการศึกษามีทั้งให้คุณและให้โทษ เพราะคนที่ทำผิดส่วนใหญ่เป็นคนที่มีความรู้มาก ดังนั้นการศึกษาก็ควรจะเน้นหลักคุณธรรมจริยธรรมให้มากขึ้น โดยเฉพาะการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่เด็กเล็กและต้องเกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง เช่น การเคารพธงชาติตอนเช้าหน้าเสาธง โรงเรียนควรคัดเลือกเพลงคุณธรรมมาให้เด็กร้อง เพื่อเด็กจะได้ซึมซับและเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ เป็นต้น ทั้งนี้การเรียนการสอนของโรงเรียนในวิชาพระพุทธศาสนาไม่อยากให้ใช้คำว่าศาสนา เพราะเหมือนจะเป็นกำแพงกั้นระหว่างศาสนา ซึ่งความจริงแล้วทุกศาสนามีหลักการสอนเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมเหมือนกันหมด ดังนั้นโรงเรียนควรจะเปลี่ยนเป็นการเรียนหลักคุณธรรมและจริยธรรมมากกว่า

รศ.ดารณี อุทัยรัตนกิจ อนุกรรมการเด็กเล็ก ของกอปศ.กล่าวว่า ที่ประชุมได้นำเสนอร่าง พ.ร.บ.การปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ…ที่ขณะนี้กำลังระดมความคิดเห็นเพื่อให้พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมีความสมบูรณ์ ซึ่งมีพ.ร.บ.นี้เกิดขึ้นจะทำให้เกิดการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งการพัฒนา การจัดกระบวนการเรียนรู้  สำหรับสาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะกำหนดให้เด็กปฐมวัยหมายถึงบุคคลตั้งแต่ปฎิสนธิในครรภ์มารดาจนถึง 8 ปีบริบูรณ์ โดยจะมีการแบ่งระบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็น 4 ช่วง คือ การพัฒนาทารกในท้องแม่ การพัฒนาเด็กวัยแรกเกิดถึง 2 ปีบริบูรณ์ การพัฒนาเด็กวัย 3 – 6 ปี และการพัฒนาเด็กวัย 7-8 ปีบริบูรณ์ โดยบิดามารดาของเด็กปฐมวัยจะได้รับเงินอุดหนุนช่วยเหลือจากภาครัฐในการเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กปฐมวัย ทั้งนี้จะเน้นส่งเสริมพ่อแม่ให้เลี้ยงดูลูกเองไม่ใช่ว่าจะส่งลูกเข้าไปฝากในศูนย์เด็กเล็กเพียงอย่างเดียว  ขณะเดียวกันยังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)มีอำนาจในการจัดหน้าที่ในการจัดหน่วยให้บริการและจัดสรรบประมาณในการพัฒนาเด็กปฐมวัยได้ รวมทั้งองค์กรเอกชนที่เป็นหน่วยบริการจะมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนเช่นเดียวกับหน่วยให้บริการของภาครัฐ นอกจากนี้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะมีคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (กพป.) และมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ขึ้นอยู่กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ หรือ ซูเปอร์บอร์ดการศึกษา  อย่างไรก็ตามร่าง พ.ร.บ.การปฐมวัยแห่งชาติ จะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากนั้นจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเดือนเม.ย.นี้ …

 

ที่มา :  dailynews

  nolvadex online, dapoxetine reviews.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*