โฆษกพศ.เผยเรื่องตั้งธนาคารพุทธยังไม่แจ้งมหาเถรฯ

“โฆษกพศ. เผยตั้งเรื่องตั้งธนาคารพระพุทธศาสนายังไม่ได้แจ้งที่ประชุมมหาเถรสมาคม พร้อมระบุน่าเป็นการหารือในระดับนโยบายของหน่วยงาน ขณะที่เครือข่ายชาวพุทธแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือร้องขอพศ.ทำหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนา พร้อมตามเรื่องที่เคยได้ยื่นไว้”

วันนี้(10 เม.ย.) นายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ในฐานะโฆษกพศ. คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีการที่ธนาคารออมสิน ระบุว่าได้รับมอบหมายจากพศ. ให้ดำเนินการจัดตั้งธนาคารพุทธศาสนา ว่า  เบื้องต้นยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่เคยมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ดังนั้นตามที่มีข่าวออกไป จึงอาจจะเป็นการหารือในระดับนโยบายของผู้บริหารของทั้งสองฝ่าย และมีการพูดคุยในหลักการเบื้องต้น แต่อย่างไรก็ตามหากเรื่องนี้ได้ข้อสรุปแล้วจะต้องมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของมส.ด้วย เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบการปกครองคณะสงฆ์

ทั้งนี้มีรายงานว่า เมื่อช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ทางธนาคารออมสิน ออกมาระบุว่า พศ.ได้ประสานธนาคารออมสินให้มีการจัดตั้งธนาคารพุทธศาสนาขึ้น โดยการหารือเบื้องต้นคือ วัดต่างๆ ต้องมาเปิดบัญชีกับธนาคารออมสิน โดยจะได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการฝากเงินของประชาชน ทั้งจะมีการพัฒนาระบบคิวอาร์โค้ดของแต่ละวัด ทั้งพัฒนาระบบเพื่อให้มีข้อมูลวัดทั้งหมดในประเทศไทยรวมอยู่ที่ธนาคารออมสิน ถ้ามาออมสินต้องการบริจาคให้กับวัดใด ก็สามารถเลือกได้ เหมือนชำระบิลค่าสินค้า บริการต่างๆ สามารถดำเนินการได้ผ่านโมบาย แบงกิ้ง เพียงแค่แสกนคิวอาร์โค้ด ก็สามารถทำบุญบริจาคได้

ในวันเดียวกันที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) นายวิชัย ประเสริฐสุดศิริ ประธานองค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา และผู้ประสานงานเครือข่ายชาวพุทธแห่งประเทศไทย ได้มายื่นหนังสือถึงพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. เพื่อขอให้ดำเนินการกับผู้ที่กล่าวพาดพิง ดูหมิ่นพระพุทธศาสนา เช่นกรณีของนายวีรชน ศรัทธายิ่ง หรือ โต ซิลลี่ฟูล เป็นต้น โดยพ.ต.ท.พงศ์พร ได้มอบให้นายสมเกียรติ ธงศรี รองผอ.พศ.เป็นผู้รับหนังสือแทน ทั้งนี้นายวิชัย กล่าวว่า ในนามเครือข่ายชาวพุทธแห่งประเทศไทย(คพท.) ต้องการให้ผอ.พศ. ในฐานะเป็นหน่วยงานด้านพระพุทธศาสนาโดยตรง ได้ดำเนินการตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาด้วย โดยหลังจากนี้ 15 วัน ตนจะมาติดตามความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง

นายวิชัย กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนจะสอบถามความคืบหน้าในเรื่องต่างๆที่เคยมายื่นไว้ก่อนหน้านี้ด้วย เช่น กรณีการสร้างพระเครื่อง  รุ่นหนึ่งในปฐพี ของพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม  ซึ่งด้านหลังองค์พระมีการใช้พระปรมาภิไธย ภปร และ สก มาประดิษฐาน ว่าได้ดำเนินการขอพระบรมราชานุญาต ตามระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.2539 หรือไม่ และกรณีการตรวจสอบข้าราชการพศ.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตเงินทอนวัด เพราเชื่อว่าเรื่องเงินทอนวัดนั้น พระสงฆ์ส่วนใหญ่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*