“บุญรักษ์” เบรกรับบริจาคส่งทีมถก ป.ป.ช.

ร่อนสารกำชับ ผอ.เขตฯ สกัดแป๊ะเจี๊ยะ ชม ร.ร.ปัดรับเด็กเงื่อนไขพิเศษ

ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงการรับนักเรียนเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 และ ม.4 ประจำปีการศึกษา 2561 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ปีนี้การรับนักเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สพฐ.ไม่มีแรงกดดันอะไรเลย เพราะทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับทราบนโยบายและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงปฏิบัติด้วยความเข้มงวด ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีบางโรงเรียนไม่ประกาศเงื่อนไขพิเศษ เพราะพิจารณาแล้วไม่มีเด็กเข้าเกณฑ์ตามเงื่อนไขพิเศษ ดังนั้น จึงประกาศเฉพาะคะแนนสอบอย่างเดียว ต้องขอบคุณ ผอ.โรงเรียน และ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาที่ช่วยกันดูแลและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งการคุมจำนวนนักเรียนต่อห้อง คุมห้องเรียน และการประกาศรายชื่อนักเรียนสำรอง เพื่อเป็นการควบคุมว่าเมื่อเกิดเก้าอี้ว่างลงหลังจากเด็กรายงานตัวแล้วจะเรียกใครเข้ามาแทนต้องเป็นคนที่มีรายชื่อขึ้นบัญชีสำรองไว้เท่านั้น ซึ่งตนคิดว่าถ้าเรามีความมั่นคงในการปฏิบัติ เชื่อว่าจะทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ในประเทศได้อย่างแท้จริง

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนได้ส่งหนังสือ ศธ.04009/ว1819 เรื่องมาตรการป้องกันการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ โดยกำชับถึงมาตรการป้องกันการเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะ ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถือว่าเป็นการรับเงินสินบนไม่ใช่เงินบริจาค ซึ่งทั้งผู้ให้และผู้รับมีความผิดอาญา และกฎหมาย ป.ป.ช. รวมทั้งการบริจาคทรัพย์สินให้สถานศึกษาปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้สถานศึกษา 2552 อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะ ซึ่งการออกหนังสือนี้ไม่ใช่เพราะพบปัญหาการเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะ แต่เป็นการเน้นย้ำมาตรการเพื่อให้ทางเขตพื้นที่ได้เร่งทำความเข้าใจ และลงพื้นที่สุ่มตรวจการรับนักเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

ดร.บุญรักษ์กล่าวด้วยว่า เรื่องการระดมทรัพยากรนั้น เนื่องจาก ศธ.มีประกาศห้ามในช่วงการรับนักเรียน ดังนั้น สพฐ.จะส่งคณะทำงานไปหารือ ป.ป.ช.ว่าหลังรับนักเรียนเสร็จแล้วจะระดมทรัพยากรได้หรือไม่ อะไรที่ทำได้หรือไม่ได้ ถ้าทำได้จะมีขอบข่ายแค่ไหน และโรงเรียนต้องปฏิบัติอย่างไร ซึ่งอาจต้องกำหนดขั้นตอนวิธีการที่ชัดเจน.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*