12 หนังสือเด็ก ที่น่ากลับเอามาอ่านอีกครั้งตอนโต เพราะจะได้มุมมองเจ๋งขึ้นกว่าเดิม!!

เพียงเพราะเราอายุมากขึ้นไม่ได้หมายความว่า บทเรียนชีวิตที่อยู่ในหนังสือเด็กจะสอนเราอีกไม่ได้

ในตอนที่เรายังเด็กและได้อ่านวรรณกรรมเยาวชนหรือหนังสือนิทาน เราอาจมองเห็นแต่ความสนุกสนานและแง่คิดการใช้ชีวิตแบบง่ายๆ แต่ในยามที่เราเติบโตและได้เผชิญกับโลกใบนี้มามากพอดู เมื่อหลับไปอ่านเนื้อหาเก่าๆ เราอาจพบว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่านั้น

นี่คือหนังสือทั้ง 12 เล่ม ที่ Louise Lareau บรรณารักษ์แผนกหนังสือเด็กละเยาวชนแนะนำให้เด็กๆ ที่โตแล้วหรือผู้ใหญ่ที่หลงลืมความเป็นเด็กได้กลับมาอ่าน เพราะบางทีคุณอาจได้เรียนรู้อะไรมากมายกว่าที่เคยคิดก็ได้

 

“Charlotte’s Web” เขียนโดย E.B. White

หนึ่งในวรรณกรรมที่น่าประทับใจ (ชื่อภาษาไทยคือแมงมุมเพื่อนรัก) เล่นี้ เคยถูกบรรจุเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาในหลายโรงเรียน เรื่องราวความผูพันของเจ้าลูกหมู Wilbur กับแมงมุมแสนฉลาดอย่าง Charlotte เรื่องราวที่ถูกบรรจุลงในหนังสือเต็มไปด้วยไหวพริบ และความมีเมตตาสอนซึ่งจะสอนให้ผู้ใหญ่และเด็กเรียนรู้มิตรภาพและความสูญเสีย

 

“The Giving Tree” โดย Shel Silverstein

“The Giving Tree” อาจเป็นหนังสือเก่าอายุกว่า 50 ปีที่เหมือนคุณปู่แก่ๆ แต่คความอบอุ่นของเรื่องราวเกี่ยวกับความเสียสละและความรักยังคงไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา

เรื่องราวของต้นไม้ที่รักเด็กน้อยมากจนยอมให้ทุกอย่างที่กับเขา แม้จะฟังดูน่าเศร้าแต่มันก็สอนให้เราได้ฉุกคิดว่า ความรักที่ไร้เงื่อนไขกลับมีบางสิ่งต้องจ่ายไปเพื่อให้ด้มันมา แบบนั้นจะเรียกว่า “รักหรือเกลียดกันแน่?”

 

“Goodnight Moon” โดย Margaret Wise Brown

“ราตรีสวัสดิ์ห้องของฉัน ราตรีสวัสดิ์คุณพระจันทร์” หนังสือเล่มนี้บทกวีคลาสสิกที่สอนให้เด็กๆ ไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับยามค่ำคืน

คำพูดและภาพประกอบที่ขับกล่อมให้เด็กๆ รู้สึกสบายใจ จะทำให้ผู้ใหญ่เพลิดเพลินไปกับรายละเอียดที่ซ่อนไว้ในภาพรวมทั้งตัวหนังสือของเด็กอีกคนหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในแต่ละหน้า

 

“Harriet the Spy” โดย Louise Fitzhugh

“นี่เป็นเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมของ NYC ที่อาจทำให้คุณประหลาดใจกับการอ่านครั้งที่สอง”

Harriet คือเด็กวัย 11 ที่ช่างสงสัย เธอมักจะเขียนข้อสังเกตเกี่ยวกับเพื่อนและครอบครัวของเธอไว้ในสมุดบันทึก แต่เมื่อสมุดเล่มนั้นกลับตกไปอยู่ในมือของคนอื่น เรื่องวุ่นๆ จึงเกิดขึ้น หยังสือเล่มนี้จะสอนให้คุณรู้จักกับบทเรียนแห่งการโกหกและการเรียนรู้ที่จะเข้าใจความรู้สึกของคนรอบตัว

 

“Harry Potter and the Sorcerer’s Stone” โดย J.K. Rowling

นี่คือหนังสือเล่มแรกในซีรีส์ Harry Potter ที่เขียนโดย J.K. Rowling เชื่อว่าทั่วโลกไม่มีใครม่รู้จักหนังสือเรื่องนี้ เรื่องราวของเด็กชายวัย 11 ปีที่ดูเหมือนเด็กธรรมดากับแว่นตาโทรมๆ ก่อนจะกลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ในโลกแห่งพ่อมดที่ตัวเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่านั่นคือนั่นคือโลกของเขา

 

“The Lion, the Witch and the Wardrobe” โดย C.S. Lewis

คุณอาจเคยรักซีรีส์นี้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่เรื่องราวที่น่าสนใจในนาร์เนียนั้นน่าจะคุ้มค่ากับการหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านอีกครั้งแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คุณอาจมีจินตนาการที่น้อยลง cheap clomid online, order clomid. แต่เชื่อเถอะ คุณจะยังรู้สึกว่าโลกหลังตู้เสื้อผ้ากับดินแดนแห่งนาเนียร์นั้นน่าพิศวงอยู่เสมอ

 

“Little House in the Big Woods” โดย Laura Ingalls Wilder

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของ Laura และ Mary แต่ยังสอนให้เรารู้ว่า ความกล้าที่จะออกจากพื้นที่ปลอดภัย ต้องจากเพื่อน ครอบครัว และบ้านเกิดเพื่อออกไปหาสิ่งที่ดีกว่านั้นต้องอาศัยความอดทนและพยายามมากแค่ไหน เพราะในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

“Oh, the Places You’ll Go!” โดย Dr. Seuss

นี่เป็นหนังสือเด็กที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนที่เริ่มต้นความท้าทายใหม่ “Oh, the Places You’ll Go!” เป็นการเตือนความทรงจำเกี่ยวกับศักยภาพที่อาจถูกหลงลืมไปและยังคงหลับใหลอยู่ในตัวของเราทุกคน

 

“The Story of Ferdinand” โดย Munro Leaf; illustrated by Robert Lawson

หนังสือเล่มนี้เผยแพร่เมื่อ 60 ปีที่แล้ว เรื่องราวที่เรียบง่ายของวัว Ferdinand ซึ่งใช้ชีวิตไปกับการนั่งพักผ่อนและชื่นชมดอกไม้ นอกจากนี้ยังมีสาระสำคัญที่ถูกซ่อนเอาไว้ที่แสดงออกถึงความไม่เท่าเทียมและความโหดเหี้ยมที่โลกต้องเผชิญ คุณอาจจะไม่คิดถึงมันเมื่ออ่านเป็นครั้งแรก แต่ในเวลานี้ที่โตขึ้นแล้ว คุณจะรู้สึกได้ถึงสิ่งที่หนังสือกำลังเล่าให้ฟัง

 

“Tales of a Fourth Grade Nothing” โดย Judy Blume

มีหนังสือที่น่าสนใจมากกว่าจากปลายปากกาของ Judy Blume แต่หนังสือเล่มนี้จะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวความเป็นพี่น้องที่จะไม่หายไปไม่ว่าคุณจะอายุ 9 ขวบ คือ 90 ปี ไม่เพียงแต่มีเนื้อหาที่ตลกและเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน แต่ยังมีเรื่องราวที่น่าประทับใจของพี่น้องที่แม้พวกเขาจะไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองแคร์อีกฝ่ายแต่ในความเป้นจริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

 

“Winnie-the-Pooh” โดย A.A. Milne

“สิ่งที่เรียบง่ายสามารถทำให้เรามีความสุขได้เสมอ ” และนั่นคือสิ่งที่ A.A. Milne ได้พิสูจน์ผ่านเจ้าหมีพูห์ และคริสโตเฟอร์ โรบิน รวมถึงเพื่อนๆ ของเขาในป่า 100 เอเคอร์

เจ้าหมีจอมซื่อบื้อที่มีความสุขเพียงเพราะเห็นเพื่อนๆ และน้ำผึ้งของโปรดยังคงเป็นที่รักของผู้คนแม้ในปัจจุบัน

 

“Bridge to Terabithia” โดย Katherine Paterson

วรรณกรรมที่ได้รับรางวัล Newbery เล่มนี้คือเรื่องราวของเด็กสองคนที่ผูกพันกันด้วยโลกในจินตนาการที่พวกเขาร่วมกันสร้าง คุณอาจพบว่าเด็กๆ มีความเข้มแข็งและความคิดสร้างสรรค์ที่มุ่งมั่นจนมันดูเหมือนอาจจะเป็นจริงได้ และหัวใจดวงน้อยๆ ที่เคยสูญสลายจากการสูญเสียอาจกลับมาร่างยิ้มได้ใหม่ในวันที่มีกำลังใจนำทาง

 

การเปิดหนังสือเก่าอาจทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเก่าที่ห่างหายกันไปนาน ความทรงจำและความสุขในวัยเด็กอาจกลับมาพร้อมเรื่องราวที่เคยประทับใจในมุมมองใหม่แบบที่เราโตขึ้น

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น หัวใจจะบอกคุณเองว่าจินตนาการและความฝันไม่เคยหายไปไหนและเพื่อนเก่าอย่างหนังสือเหล่านั้นจะทำให้มันถูกปัดฝุ่นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ที่มา : www.independent.co.uk

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า…

Source link

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

zoloft buy online, purchase zithromax