วอนรัฐบาลจริงใจกองทุนลดเหลื่อมล้ำ

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล

แนะแบ่งงบฯ “ไทยนิยม” มาสนับสนุน หวังอุ้มเด็กด้อยโอกาส “บัวพ้นน้ำ”

จากเวทีวิชาการ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ….พบประสบการณ์การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ประสบผลสำเร็จในระดับนานาชาติ และบทเรียนสำหรับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ และกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) กล่าวว่า ประเทศไทยจะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ต้องแก้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัจจุบันงบประมาณด้านการศึกษาปีละ 5 แสนล้านล้านบาท แต่พบความเหลื่อมล้ำทุกพื้นที่ บางแห่งมีแนวโน้มแย่ลง ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการพบว่ามีนักเรียนยากจนในระบบการศึกษามากกว่า 2 ล้านคน ครอบครัวมีรายได้ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเดือน หรือวันละ 100 บาทเท่านั้น ขณะที่งบฯการศึกษาถึงตัวเด็กวันละ 5-15 บาทเท่านั้น และพบว่าตลอด 7 ปีที่ผ่านมาตัวเลขที่ส่งถึงเด็กไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย แม้ว่างบฯด้านการศึกษาจะเพิ่มขึ้นทุกๆปี กอปศ.จึงต้องการให้รัฐบาลมีหลักการการศึกษาโดยจัดสรรงบฯ 5 บาทแรกเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แทนที่จะเป็น 50 สตางค์สุดท้ายของงบฯที่จะถึงเด็ก อย่างไรก็ตามกองทุนฯดังกล่าวต้องมีความโปร่งใส โดยใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ หรือ GIS กำหนดเป้าหมายและจัดสรรงบฯ ติดตามพัฒนาการของนักเรียนเป็นรายบุคคล จ่ายเงินโดยตรง

ถึงผู้รับ เพื่อป้องกันการทุจริต และมีการรายงานต่อนายกฯและรัฐสภาทุกปี ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า กองทุนฯนี้มีความสำคัญต่อเด็กยากจน ด้อยโอกาส ที่มีอยู่ 4.3 ล้านคน เพราะสามารถให้โอกาสกับเด็กยากจนได้จริง จึงอยากให้รัฐบาลให้ความจริงใจกว่านี้ อย่าทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน จากการลงพื้นที่พบ ปัญหาเด็กที่ไม่ได้รับโอกาส โตขึ้นจะกลายเป็นเด็กขนยาเสพติด โดยเด็กผู้หญิงต้องเสียสละช่องคลอดในการใช้ยา บางส่วนต้องอยู่ในสถานพินิจ เราจึงไม่สามารถปล่อยปัญหานี้ได้อีกต่อไป หากเด็กได้รับเงินจากกองทุนฯ จะมีโอกาสได้เป็นบัวพ้นน้ำ แต่หากไม่มีกองทุนฯช่วยเหลือจะกลายเป็นบัวใต้น้ำตลอดไป และอยากเสนอให้รัฐบาลลดเงินจากโครงการไทยนิยมมาสนับสนุนกองทุนฯนี้ ทั้งคิดว่า การจัดสรรเพียง 5% ของงบฯการศึกษาก็ไม่เพียงพอ ควรให้อย่างน้อย 10%.

 

ที่มา :  thairath

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*