เรียนต่อต่างประเทศ ต้องสอบอะไรบ้าง ศึกษาให้มั่นใจก่อนสอบเข้าเรียน!

การเรียนต่อต่างประเทศ ต้องสอบอะไรบ้าง เพียงแค่คุณทำความเข้าใจต่อการสอบในแต่ละรูปแบบให้ดี เชื่อว่าคุณจะสามารถไปสอบได้ถูกต้องและเตรียมความพร้อมให้กับคุณได้มากขึ้น

คำถามสำคัญของการไปศึกษาต่ออย่างเรียนต่อต่างประเทศ ต้องสอบอะไรบ้าง ซึ่งผู้ที่กำลังสนใจจะต้องรู้ว่าการสอบแต่ละประเภทเป็นอย่างไร เพราะสถานศึกษาของแต่ละประเทศ จะมีการขอคะแนนสอบเพิ่มเติมจากนักเรียนต่างชาติ เพื่อพิจารณาเรื่องการเข้าเรียนต่อไป ดังนั้นการสอบก่อนไปศึกษาต่อจึงเปรียบเสมือนตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณผ่านการพิจารณาจากสถาบันการศึกษาที่คุณสนใจได้ง่ายมากขึ้น

เตรียมให้พร้อม! เรียนต่อต่างประเทศ ต้องสอบอะไรบ้าง

การเรียนต่อต่างประเทศ ต้องสอบอะไรบ้าง ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญที่คนกำลังจะไปเรียนต่อต้องรู้ไว้ เพราะสถานศึกษาในแต่ละแห่งของแต่ละประเทศ จะมีการนำคะแนนสอบของนักเรียนต่างชาติมาเป็นตัวช่วยในการพิจารณาเพื่อรับเข้าศึกษาต่อ โดยส่วนใหญ่แล้วจะมาในลักษณะของการสอบด้านภาษา เพื่อทำให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อม ของผู้ที่กำลังจะสมัครเข้าเรียน โดยการสอบเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศจะมีด้วยกัน 4 รูปแบบหลัก คือ

1.สอบ IELTS

คะแนนการสอบ IELTS มีวัตถุประสงค์ด้านการวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษ ผลคะแนนสอบที่ได้ออกมาจะเป็นที่ยอมรับขององค์กรสากลทั่วโลกทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน สามารถนำไปใช้ได้ทั้งการศึกษาต่อและการฝึกงาน รวมไปถึงผู้ที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยจะเป็นการสอบที่มี 4 หมวดหมู่ด้วยกัน คือ การพูด, การฟัง, การอ่าน และการเขียน โดยจะมีข้อสอบทั้งแบบทั่วไปและแบบวิชาการให้อย่างครบถ้วน ซึ่งข้อสอบของ IELTS จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • ประเภทความรู้สำหรับผู้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษาขึ้นไป
  • ประเภทสำหรับผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน การไปดูงานต่างประเทศ การฝึกอบรม และการย้ายถิ่นฐานไปสู่ต่างประเทศ

โดยค่าสมัครสอบจะอยู่ที่ประมาณ 6,900-8,000 บาท ซึ่งการสอบ IELTS นั้นจะสำคัญมากสำหรับผู้ที่จะเรียนต่อ ภายในประเทศกลุ่มสหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ดังนั้นผู้ที่กำลังสงสัยว่าเรียนต่อต่างประเทศ ต้องสอบอะไรบ้าง ควรต้องรีบมาสมัครสอบ IELTS ก่อนเป็นประเภทแรก

2.สอบ TOEFL

การสอบ TOEFL หรือ Test of English as a Foreign Language เป็นแบบทดสอบด้านภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการใช้ชีวิตประจำวัน  การสอบจะครอบคลุม 4 ทักษะด้านภาษาอังกฤษ คือ การพูด, อ่าน, เขียน และฟัง จะมีคะแนนรวมทั้งหมด 120 คะแนน โดยในแต่ละส่วนจะถูกแบ่งออกเป็น 30 คะแนน ส่วนมากแล้วจะใช้สำหรับผู้ที่ไปศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ สำหรับการลงทะเบียนสอบ TOEFL สามารถทำได้บนหน้าเว็บไซต์ คือ http://www.ets.org/toefl/ibt/register  ผู้ที่ต้องการสอบ TOEFL ในประเทศไทยจะใช้วิธีการลงทะเบียนผ่านรูปแบบออนไลน์เท่านั้น

3.สอบ TOEIC

TOEIC เป็นรูปแบบการสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปสมัครงานโดยเฉพาะ แต่ผู้ที่ต้องการเรียนต่อก็สามารถมาร่วมสอบเพื่อวัดความสามารถได้เช่นกัน โดยจะเน้นการสอบเพียงแค่การฟังและการอ่าน มีข้อสอบ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • การสอบแบบปรนัยด้วยการฟัง 100 ข้อ คะแนน 495 คะแนน
  • การสอบด้วยการอ่าน 100 ข้อ คะแนน 495 คะแนนเท่ากัน

ดังนั้นคะแนนเต็มของการสอบ TOEIC คือ 990 คะแนน จาก 200 ข้อ ซึ่ง TOEIC นั้นย่อมาจาก Test of English for International Communication เมื่อได้คะแนนนี้ไปแล้วจะสามารถนำไปใช้ในการสมัครงานด้านต่าง ๆ กับบริษัทในต่างประเทศและบริษัทข้ามชาติในประเทศไทยได้อีกด้วย

4.สอบ GRE

การสอบ GRE หรือ Graduate Record Examination จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีความต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่ต่างประเทศ เน้นใช้กับประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเป็นหลัก การสอบจะมี 3 ส่วนสำคัญ คือ

  • Quantitative Section
  • Verbal Section
  • Analytical Reasoning

นอกจากนี้จะมีส่วนของการสอบแยกออกมา คือ การสอบภาคเขียนอย่าง essay หรือ Writing Assessment  สำหรับในปัจจุบันรูปแบบการสอบ GRE จะถูกเปลี่ยนให้เป็น Computer Adaptive Test หรือ CAT โดยจะสามารถสมัครสอบได้ทุกเดือนและรู้ผลอย่างรวดเร็วมาก ส่วนรูปแบบการสอบ GRE จะแบ่งออกเป็นอีก 2 ประเภท คือ

  • การสอบทั่วไปแบบ General Test
  • การสอบแค่เพียงบางวิชาอย่าง Subject Test

โดยจะมีวิชาให้เลือกเข้าสอบทั้งหมด 16 สาขา ใช้เวลาในการสอบประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที จะเน้นในทุก ๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นความสามารถด้านภาษา, การคำนวณ, การวิเคราะห์ และการสอบในเชิงของความสามารถต่าง ๆ อย่างครบถ้วน

5.สอบ GAMT

การสอบ GAMT จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปศึกษาต่อ ทั้งปริญญาโทและปริญญาเอกด้านธุรกิจกับงานบริหารโดยเฉพาะ ผู้ดำเนินการสอบจะเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในการพัฒนาแบบสอบถามและการสอบต่าง ๆ ผ่านทางคอมพิวเตอร์ จึงนำมาสู่การพัฒนาการสอบที่ GAMT ดังนั้นการเข้าสอบจึงจะเน้นใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลัก เพราะศูนย์สอบใหญ่จะอยู่ที่ สหรัฐอเมริกา ผู้ที่อยู่นอกสหรัฐฯ จึงสามารถที่จะเข้าสอบได้ผ่านทางรูปแบบออนไลน์  ลงทะเบียนลงผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ได้ทั้งหมด การสอบจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ คือ

  • Analytical Writing Assessment  ที่จะต้องมีการเขียน essay จำนวน 2 บทความขึ้นไป และแต่ละบทความจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 30 นาที ที่สำคัญคือต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการเขียนบทความเท่านั้น
  • ส่วนที่สอง คือ Quantitative Section จะใช้เวลาทั้งหมดในการสอบที่ 75 นาที ด้วย 37 คำถาม สำหรับคำถามจะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Data Sufficiency และ Problem Solving
  • ส่วนสุดท้าย คือ Verbal Section จะใช้เวลาทั้งหมดที่ 75 นาที ด้วย 41 คำถาม และมีการตอบคำถามที่คุณต้องเตรียมให้พร้อมอีก 3 รูปแบบ คือ Reading Comprehension, Critical Reasoning และ Sentence Correction

สำหรับผลการสอบ GAMT จะมีตัวเลขระบุไว้หลายส่วนด้วยกัน ซึ่งจะเป็นการอ้างอิงถึงผลคะแนนรวมและผลคะแนนที่มีแยกออกมาอย่างชัดเจนในทุกรูปแบบการสอบ จึงทำให้สถานศึกษาสามารถนำไปตรวจสอบได้อย่างละเอียด

 

สรุปว่า…เรียนต่อต่างประเทศ ต้องสอบอะไรบ้าง

ผู้ที่กำลังเตรียมตัวไปเรียนต่อต่างประเทศและมีคำถามคาใจอย่างการเรียนต่อต่างประเทศ ต้องสอบอะไรบ้าง   เพียงแค่คุณศึกษาภายในบทความนี้ เชื่อว่าคุณจะสามารถไปสอบได้ตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ พร้อมการเตรียมตัวเพื่อการสอบอย่างจริงจังได้เลย ซึ่งจะเห็นได้ว่ารูปแบบการสอบนั้นจะครอบคลุมทั้งการพูด, อ่าน, เขียน และฟังอย่างครบถ้วน คุณจึงควรเรียนรู้ทักษะภาษาทั้ง 4 ด้านนี้ให้มีความคล่องแคล่ว เพื่อการสอบผ่านที่ง่ายมากยิ่งขึ้น