Author Archives: thaischool

ทึ่งน้องบุ๋มบิ๋มบัณฑิตรั้ว มจร. แม้พิการแต่มุ่งมั่นเรียนจนจบ ป.ตรี

ทึ่ง ‘น้องบุ๋มบิ๋ม’ สาวพิการทางการพูดและเคลื่อนไหว มุ่งมั่นเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี มจร. เผยความฝันอยากเป็น ด็อกเตอร์ พ่อสุดภูมิใจ แม้ พิการก็เรียนร่วมกับคนปกติได้แถมไม่เคยสอบตกสักวิชา… เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2561 ที่อาคาร มวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีการซ้อมรับปริญญาบัตร เนื่องในพิธีประสาทปริญญา ประจำปีการศึกษา 2561 ของมจร. โดยปีนี้มีบรรพชิตจบการศึกษา  2,706 รูป และคฤหัสถ์ 2,215 คน รวมทั้งหมด 4,921 รูป/คน ซึ่งในจำนวนผู้ที่จบการศึกษา มจร.ปีนี้ มี น.ส.วรางคณา เรืองน้อย หรือ “น้องบุ๋มบิ๋ม” อายุ 23 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งมีความพิการทางการพูดและการเคลื่อนไหว ไม่สามารถเดินได้ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ในหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ จากมจร. วิทยาลัยสงฆ์พ่อขุนผาเมือง จ.เพชรบูรณ์ เข้าร่วมซ้อมรับปริญญาบัตรในครั้งนี้ด้วย โดยมีนายมานิตย์ เรืองน้อย ผู้เป็นบิดา คอยเข็นรถเข็นเข้าร่วมซ้อมในพิธีทุกขั้นตอน สร้างความชื่นชม ยินดี ให้กับผู้ที่เข้าร่วมซ้อมเป็นอย่างมาก เนื่องจากแม้ว่า “น้องบุ๋มบิ๋ม” จะมีความพิการทั้งทางการพูดและการเคลื่อนไหว ไม่สามารถสื่อสารเป็นคำพูดได้อย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีความมุมานะอุตสาหะจนเรียนจบปริญญาตรีได้สำเร็จ ภายหลังเสร็จสิ้นการซ้อม ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายมานิตย์ ผู้เป็นบิดา ว่า น้องบุ๋มบิ๋ม มีภาวะการขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองมาตั้งแต่เด็ก ส่งผลให้เกิดความพิการทางการพูดและการเคลื่อนไหว ช่วงแรกพาไปรักษากับแพทย์ทั้งที่ รพ.ศิริราช แพทย์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝึกทั้งการฟัง การพูด ทั้งฝึกให้ใช้คอมพิวเตอร์ในการสื่อสาร ประกอบกับตน และภรรยาเป็นครูทั้งคู่ โดยตนเป็น ผอ.ร.ร.บ้านคลองสีฟัน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ...

Read More »

วิจัย “สเต็มเซลล์บัวหลวง” ต่อยอดสู่เครื่องสำอาง

ดร.ไฉน น้อยแสง รองผู้อำนวยการสถาบัน วิจัยและพัฒนา อาจารย์วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ได้ศึกษาวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์จากบัวหลวง เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนานวัตกรรมเครื่องสำอางเพื่อความงาม เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมเครื่องยารักษาโรคของคนไทยมาช้านาน เกือบทุกส่วนของบัวหลวงสามารถนำมาสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ แต่ยังมีข้อจำกัดเนื่องจากกระบวนการเพาะปลูกของบัวหลวงมีโอกาสปนเปื้อนสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงได้ จึงได้ศึกษาวิจัยโดยเพาะพันธุ์เซลล์ต้นกำเนิดบัวหลวงที่ไม่มีการปนเปื้อนสารพิษและโลหะหนัก ดร.ไฉน กล่าวอีกว่า ได้นำเซลล์เนื้อเยื่อเจริญของบัวหลวงมาสกัดเพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพต่อยอดจากภูมิปัญญาพื้นบ้านเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในรูปแบบอิมัลชัน มีคุณสมบัติในการยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์– อิลาสเตส ช่วยลดเลือนริ้วรอย และไทโรซิเนสและโดปาออกซิเดส ช่วยในการเพิ่มความขาวกระจ่างใส ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังรวมถึงมีความคงตัวเป็นเวลา 2 ปีภายใต้สภาวะอุณหภูมิต่างๆ ล่าสุดผลงานนี้ยังเข้าประกวดและได้รับรางวัลเหรียญทองจากเวทีนวัตกรรมนานาชาติครั้งที่ 46 รวมถึงรางวัลสเปเชียลอวอร์ด ออนสเตจ จาก The Korea Invention A Promotion Association ที่จัดขึ้นที่กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิสอีกด้วย.

Read More »

ราชบัณฑิตยสภา-กทม.พัฒนาบุคลากร

ดร.โสภา ชูพิกุลชัย ชปีลมันน์ นายกราชบัณฑิตยสภา กล่าวว่า ราชบัณฑิตยสภาได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของกรุงเทพมหานครให้สามารถปฏิบัติงานสนองตอบนโยบายของรัฐบาล และความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด ในเบื้องต้นทั้งสองหน่วยงานจะประสานความร่วมมือทั้งด้านการศึกษา การแพทย์ อนามัย วิชาการด้านอื่นๆ และกิจกรรม โดยราชบัณฑิตจากสำนักราชบัณฑิตยสภา และผู้ทรงคุณวุฒิ จะให้การสนับสนุน และให้คำแนะนำ ตลอดจนร่วมพัฒนางานวิจัย พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และศักยภาพบุคลากรให้แก่ข้าราชการ กรุงเทพมหานคร นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ทั้งจะร่วมกันจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม และหลักสูตรการศึกษา จัดประชุมสัมมนาทางวิชาการ เผยแพร่ผลงานที่เกิดจากโครงการความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าว รวมทั้งเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนในพื้นที่ 50 สำนักงานเขตต่อไป ถือว่าเป็นการยกระดับความรู้ ความสามารถบุคลากรกรุงเทพมหานคร นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและระดับสากล.

Read More »

วท.ดึงสตาร์ตอัพจัดซื้อจัดจ้างรัฐ

สุวิทย์ เมษินทรีย์ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า ในงานสตาร์ตอัพไทยแลนด์ 2561 วันที่ 17-20 พ.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วท.จะผลักดันให้เกิดระบบนิเวศของสตาร์ตอัพที่สมบูรณ์ในประเทศไทย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างนัดหมายกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อหาทางเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัพได้ร่วมประมูลในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ปัจจุบันประเทศไทยมีสตาร์ตอัพที่มีศักยภาพและดำเนินธุรกิจจริงอยู่แล้ว 1,500 ราย ใน 9 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ 1.อาหารและเกษตร 2.สุขภาพ 3.ธุรกิจบริการ 4.เทคโนโลยีอุตสาหกรรม 5.ไลฟ์สไตล์ 6.การศึกษา 7.อสังหาริมทรัพย์ 8.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และ 9.เทคโนโลยีการเงิน ซึ่งถือว่าครอบคลุม ความต้องการของหน่วยงานราชการ ดังนั้น ควรจะดึงสตาร์ตอัพเข้ามาหาตลาดของรัฐ เพื่อให้พวกเขารู้ว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขาให้หาตลาดเอาเอง การหารือกับกรมบัญชีกลางเพื่อตรวจสอบว่าสตาร์ตอัพยังติดขัดเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้เข้าประมูลไม่ได้ เช่น หน่วยงานรัฐจะกำหนดให้ผู้เข้าประมูลต้องเป็นบริษัทในบัญชีรายชื่อของกรมบัญชีกลาง เป็นต้น รมว.วท.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะเชิญปลัดกระทรวงแต่ละกระทรวงมาร่วมหารือด้วยว่า มีธุรกิจประเภทใดของสตาร์ตอัพที่หน่วยงานราชการพอจะจัดซื้อจัดจ้างได้ เพราะหากหน่วยราชการจัดซื้อจัดจ้างสตาร์ตอัพได้ ก็จะเป็นเครดิตให้กับสตาร์ตอัพด้วย เครดิตนี้จะทำให้สตาร์ตอัพ มีโอกาสเข้าสู่การแข่งขันของตลาดโลกได้มากขึ้น.

Read More »

‘ร.ร.แก่นนคร’ปลื้มนำร่องสอนภาษาจีนแห่งแรกในภาคอีสาน

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนพร้อมด้วยนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมตรวจเยี่ยมศูนย์ภาษาจีนโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนนำร่องสอนภาษาจีน ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2561 และเป็นศูนย์ภาษาจีนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ศูนย์ภาษาจีนโรงเรียนแก่นนครฯ ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ตั้งแต่ระดับชุมชน จังหวัดและประเทศ การเรียนการสอนจะเริ่มตามความพร้อมของนักเรียน จากวิชาง่ายไปหายาก เช่น สุขศึกษา พละศึกษา ศิลปะ และขยายไปในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เชื่อว่าจะทำให้เด็กเกิดการซึมซับสามารถนำไปต่อยอดการเรียนในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างแน่นอน นายวีระเดช ซาตา ผู้อำนวยการโรงเรียนแก่นนครฯ กล่าวว่า โรงเรียนแก่นนครฯได้รับการคัดเลือก ให้เป็นโรงเรียนนำร่องเปิดหลักสูตรภาษาจีนในชั้นม.1 ซึ่งมีเพียง 5 โรงเรียน ใน 5 ภูมิภาคโดยโรงเรียนแก่นนครฯเปิดรับเพียง 1 ห้อง 40 คน ได้รับความร่วมมือพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนจากหลายหน่วยงาน เช่น คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) สถานบันขงจื้อ กงสุลใหญ่ ประเทศจีน ที่สนับสนุนการสร้างห้องปฏิบัติการภาษาที่มีความพร้อมและทันสมัยให้กับนักเรียน คาดว่าศธ. จะต่อยอดขยายห้องเรียนภาษาจีนไปทั่วประเทศ   ...

Read More »

กระทรวงศึกษาธิการปรับหลักสูตรผลิตครู เน้นจบมามีคุณภาพ มีอัตรารองรับ

กระทรวงศึกษาธิการปรับหลักสูตรผลิตครู เน้นจบมามีคุณภาพ มีอัตรารองรับ ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นางวัฒนาพร  ระงับทุกข์  รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการความคืบหน้าการดำเนินการด้านการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้กิจกรรม “สื่ออยากรู้ รัฐบาลอยากเล่า” ว่า กระทรวงศึกษาได้ดำเนินโครงการจัดหาครูดี ครูเก่ง ซึ่งเป็นการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นในระยะ 10 ปี ซึ่งเป็นการจัดหาครูเก่ง ครูดี เข้าสู่วิชาชีพครูตามกรอบอัตรากำลังที่ว่างลง เน้นผลิตครูตามจำนวนที่จำกัด เน้นคุณภาพของผู้เรียน เมื่อจบมาแล้วสามารถบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วยตามกรอบอัตราที่ว่างลงได้ทันที เพื่อลดอัตราไม่ให้คนเรียนครูมากเกินจำนวนที่ต้องการ และผลิตครูได้ตรงกับสาขาตำแหน่งที่มีอัตรารองรับ  โดยในปีงบประมาณ 2559 ทางกระทรวงศึกษาได้บรรจุครูที่จบการศึกษาแล้วประมาณสี่พันกว่าคน และในปีงบประมาณ 2560 ได้บรรจุไปแล้วสามพันกว่าคน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันข้าราชการครูทั้งหมดที่ได้รับการบรรจุนั้น ผ่านการคัดเลือกมาจาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. การสอบคัดเลือกซึ่งดำเนินการเปิดสอบและบรรจุโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. เปิดโอกาสให้พนักงานราชการสอบบรรจุเป็นข้าราชการครู โดยให้โควต้า 25 เปอร์เซ็นต์ของอัตราเกษียณในแต่ละปี และ 3.ได้จากโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ ซึ่งรัฐบาลให้ทุนเด็กเก่ง ดีมาเรียนรู้หลักสูตร 5 ปี และบรรจุเป็นข้าราชการครูหลังสำเร็จการศึกษา นอกจากนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีการปรับหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ เพื่อพัฒนาครูให้เชื่อมโยงกับระบบวิชาชีพครู ...

Read More »

กรมบัญชีกลางปรับปรุงระบบหักเงินเดือนข้าราชการชำระหนี้ให้ กยศ.

กรมบัญชีกลางปรับปรุงระบบหักเงินเดือนข้าราชการชำระหนี้ให้ กยศ. กรมบัญชีกลาง ปรับปรุงระบบจ่ายตรงเงินเดือน เพื่อรองรับการหักเงินเดือนลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการเพื่อชำระหนี้ให้ กยศ. เมื่อวันที่ (11 พ.ค. 61)  นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า หลังจากพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2560 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ได้ประสานข้อมูลลูกหนี้กับกรมบัญชีกลาง เพื่อช่วยหักเงินเดือนข้าราชการที่เป็นลูกหนี้ กยศ. ซึ่งมีลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการกว่า 200,000 คน ทั้งนี้ กยศ. ได้กำหนดแนวปฏิบัติการหักเงินเดือน และจะเจรจาตกลงกับลูกหนี้เป็นรายบุคคลเกี่ยวกับจำนวนเงินเดือนที่จะหักเพื่อชำระหนี้ต่อเดือน เพื่อลดผลกระทบต่อลูกหนี้ จากนั้นจะจัดทำข้อมูลข้าราชการที่ยินยอมชำระหนี้ตามที่ได้ตกลงกับ กยศ. แยกตามส่วนราชการแต่ละแห่ง เพื่อให้ส่วนราชการนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบก่อนส่งให้กรมบัญชีกลางดำเนินการหักเงินเดือนจากระบบจ่ายตรงเงินเดือนต่อไป กรมบัญชีกลางได้ดำเนินการพัฒนาระบบให้ส่วนราชการสามารถตรวจสอบข้อมูลลูกหนี้และดำเนินการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ได้ โดยจะเริ่มหักเงินเดือนลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการของกรมบัญชีกลางเป็นกลุ่มแรกในเดือนกรกฎาคม 2561 และขยายไปยังข้าราชการหน่วยงานอื่น ในเดือนตุลาคม 2561 ซึ่งกรมบัญชีกลางยินดีเป็นเครื่องมือ ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก ::  PPTVHD36

Read More »

อาชีวะโชว์ผลงานนักศึกษาศิลปกรรม งานช่างทอง

““วิทยาลัยช่างทองหลวง”จัดนิทรรศการโชว์ผลงานนักศึกษา สุดอลัง ถ่ายทอดแนวคิดสู่ผลงานวิจิตร ในงาน “สร้างสรรค์ศิลปกรรม สวยเลิศล้ำงานช่างทอง”ครั้งที่ 3” ดร.สุเทพ  ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.)เปิดเผยว่า กาญจนาภิเษก วิทยาลัยช่างทองหลวง ได้จัดนิทรรศการและการเดินแบบเครื่องประดับอัญมณี แสดงผลงานนักศึกษา “งานสร้างสรรค์ศิลปกรรม สวยเลิศล้ำงานช่างทอง”  ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 11-13 พ.ค. ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา จังหวัดนครปฐม โดยกิจกรรมการแสดงผลงานนักศึกษา เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการจัดการเรียนการสอน ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักศึกษาทั้งในด้านฝีมือ แนวคิด เทคนิควิธี และการบูรณาการองค์ความรู้ที่มีในสาขางานช่างทองหลวง สาขางานเครื่องประดับอัญมณี  และสาขาออกแบบเครื่องประดับอัญมณี ที่นำมาผสมผสานงานศิลปะร่วมสมัยเพื่อสร้างสรรค์งาน                 เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า ความพิเศษของงานในครั้งนี้ คือ มีหลายผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดกันมา  เช่น การแต่งกาย สิ่งของเครื่องใช้ สิ่งมีชีวิต และธรรมชาติรอบตัว อย่างต้นยางนา ดอกปีบ ดอกรวงผึ้ง ไผ่น้ำเต้า ...

Read More »

เมื่อกระดูกหักจะมีอาการและผลเสียที่ตามมาอย่างไร

ในมนุษย์นั้น อาการของกระดูกหักมักจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ หรือร่างกายไม่แข็งแรงเพราะขาดแคลเซียม ซึ่งเมื่อเกิดอาการกระดูกหักนี้ขึ้นมาแล้ว จะสามารถส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรได้บ้างนั้น คุณหมอท่านแนะนำมาว่าอย่างนี้ครับ 1. เกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงบริเวณที่เกิดการหัก ทั้งนี้เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว เพราะในกระดูกของคนเรานั้น มีเส้นเลือดใหญ่และเส้นประสาทอยู่ ดังนั้นเมื่อเกิดการหักขึ้นแล้ว จะส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง บางรายที่มีอาการเจ็บปวดมากนั้นถึงขั้นช็อกสลบ และเสียชีวิตไปเลยก็มี 2. มีอาการบวมรอบๆ บริเวณที่หัก ทั้งนี้ก็เพราะเหตุผลที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า แท้จริงแล้วกระดูกนั้นมีเส้นเลือดใหญ่อยู่ภายในเมื่อมีการหักของกระดูกเกิดขึ้น ย่อมหมายถึงเส้นเลือดใหญ่นั้นหักหรือขาดไปด้วย เมื่อเลือดจากเส้นเลือดนั้นไหลออกมาคั่งอยู่บริเวณที่หัก จะส่งผลทำให้บริเวณนั้นเกิดอาการปวดบวมอย่างมากนั่นเองครับ 3. กระดูกนั้นเป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย ดังนั้นเมื่อเกิดการหักหรือเสียหายเกิดขึ้น ร่างกายย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างไปด้วย ทั้งนี้เพราะกระดูกนั้นเสียรูปไปแล้วนั่นเอง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้แนะนำให้รักษาหรือขอคำแนะนำจากหมอกระดูกโดยด่วนครับ มิเช่นนั้นส่วนที่หักอาจจะพิการไปตลอดเลยก็ได้ 4. เคลื่อนไหวร่างหายไม่ได้ หรือไม่สะดวก โดยเฉพาะบริเวณที่กระดูกหัก ทั้งนี้สืบเนื่องจากเกิดอาการเจ็บปวด และบวมขึ้นมา และไปกดทับเส้นประสาท ทำให้เวลาเคลื่อนไหวนั้นเกิดความรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา มากบ้างน้อยบ้างตามอาการ แต่ที่แน่ๆ เมื่อเคลื่อนไหวไม่สะดวกจะทำให้การทำกิจกรรมต่างๆ ไม่สะดวกไปด้วยครับ ในผู้ป่วยที่มีกระดูกหักมาก จะต้องนอนเฉยๆ ตลอดทั้งวันเลยทีเดียว 5. บางครั้งกระดูกที่หักนั้นไม่ได้หักออกมาเป็นสองท่อนหรือชิ้นใหญ่ แต่อาจจะหักเป็นชิ้นเล็กๆ หลายท่อนเลยก็ได้ ซึ่งพบเห็นได้บ่อยในอุบัติเหติร้ายแรง เมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจจะทำให้ส่วนที่แหลมคมของกระดูกทิ่มออกมานอกเนื้อ และหากเป็นกระดูที่แตกละเอียดมาก วิทยาการแพทย์ในปัจจุบันยังรักษาไม่ได้ อาจะทำให้อวัยวะส่วนนั้นพิการไปตลอดเลยก็มี 6. หากบริเวณที่กระดูกหักนั้นเป็นกระดูกที่สำคัญอย่างกระดูกสันหลัง ซึ่งมีเส้นประสาที่เชื่อมต่อกับสมองอยู่มาก อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดการอัมพาต ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกเลย ทั้งนี้เพราะบริเวณเส้นประสาทควบคุมการเคลื่อนไหวนั้นถูกทำลายไปแล้วนั่นเอง ...

Read More »

บ้านที่น่าอยู่มีลักษณะอย่างไร

คำว่าบ้านนั้นมีความหมายมากกว่าที่อยู่อาศัย หรือที่นอนพักผ่อนยามเหนื่อยล้า แต่หมายถึงความรักความอบอุ่นของคนในครอบครัวด้วยเช่นเดียวกัน เพราะบ้านนั้นเป็นศูนย์รวมของครอบครัว ทั้งเด็ก หนุ่มสาว และคนชรา ดังนั้นการที่บ้านจะเป็นบ้านได้ จึงต้องมีลักษณะที่น่าอยู่อาศัย สะอาดสะอ้าน รวมไปถึงพฤติกรรมของคนในครอบครัวประกอบร่วมกัน เมื่อองค์ประกอบทั้งหมดนี้มารวมกันอย่างสมบูรณ์ จึงจะสามารถเรียกว่า “บ้าน” ได้อย่างเต็มปาก และสำหรับวิธีการทำให้บ้านมีลักษณะที่น่าอยู่นั้น ทำได้ดังต่อไปนี้ครับ 1. ควรจัดหรือตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย ไม่รกรุงรัง หรือวางข้าวของทิ้งระเกะระกะ รวมไปถึงต้องจัดบ้านให้สามารถมีแดดส่องถึงได้ เพราะมีการวิจัยบางตัวเคยบอกว่า การที่บ้านมีลักษณะมืดๆทึบๆ นั้นไม่ชวนให้น่าอยู่เท่าไหร่นัก นอกจากนั้นห้องต่างๆ ภายในบ้านควรจัดให้มีความโปร่งสบาย อากาศถ่ายเทได้สะดวก ทำให้ไม่อับจนน่าอึดอัดนั่นเองครับ 2. หมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ ไม่ควรปล่อยให้สกปรกหรือรกรุงรัง เพราะความสะอาดนั้นมีผลต่อการอยู่อาศัยอย่างมาก ถึงแม้ท่านผู้อ่านก็คงไม่ชอบที่จะอยู่ในบ้านรกๆ ไม่เคยกวาดหรือถูพื้นสักเท่าไหร่หรอกใช่ไหมครับ ตามหลักแล้วเราจึงควรทำความสะอาดด้วยการกวาดบ้านวันละครั้งเป็นอย่างน้อย และหมั่นถูพื้น ปัดหยากไย่อยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ จะช่วยให้บ้านดูน่าอยู่มากขึ้นครับ 3. จัดห้องต่างๆ รวมถึงของใช้เป็นหมวดหมู่อย่างเหมาะสม เช่น ห้องครัวก็จัดตู้หรือชั้นวางต่างๆ สำหรับวางจนและของใช้ในครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นต้องแยกเป็นสัดส่วน นอกจากนั้นหากบ้านของคุณมีเด็ก จะต้องแยกเป็นโซนของเด็กต่างหาก เพราะเด็กนั้นมักจะมีของเล่นต่างๆ มากมาย ดังนั้นการแยกส่วนจะทำให้บ้านดูน่าอยู่และไม่รกหูรกตานั่นเองครับ 4. มีบรรยากาศการอยู่อาศัยที่ดี มีความปรองดองไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ที่จะช่วยส่งเสริมให้บ้านน่าอยู่ เพราะหากทุกคนในบ้านไม่ดูแลเอาใจใส่กัน หรือต่างคนต่างอยู่ ...

Read More »
zoloft buy online, purchase zithromax